บัลเลต์ ballet ศิลปะการเต้น

บัลเลต์ ballet หมายถึง การแสดงที่ประกอบด้วยการเต้น และ ดนตรีมีลักษณะเช่นเดียวกับอุปรากร เพียงแต่บัลเลต์เป็นการนำเสนอเนื้อเรื่อง
โดยใช้การเต้นเป็นสื่อ มีกำเนิดขึ้นในระหว่างศตวรรษที่ 15 ที่ประเทศฝรั่งเศส ต่อมาในศตวรรษที่ 19 ได้แพร่หลายเข้าไปในประเทศอิตาลี การพัฒนาในยุคนี้คือ

นิยมให้ผู้หญิงเป็นผู้แสดงเอก เรียกว่า บัลเลรินา Ballerina ศตวรรษที่ 20 บัลเลต์ได้รับการพัฒนาให้มีรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า โมเดิร์นแดนซ์ Modern Dance คือ
การนำเอาหลักของบัลเลต์มาผสมผสานดัดแปลงให้เป็นการเต้น โดยไม่ต้องใส่รองเท้าบัลเลต์และไม่ต้องใช้ปลายเท้าในลักษณะของบัลเลต์ ผู้มีบทบาทสำคัญในการประพันธ์เพลงบัลเลต์
ได้แก่ ไชคอฟสกี โปรโกเฟียฟ คอปแลนด์ และฟัลย่า

บัลเล่ต์ เป็นการเต้นรูปแบบหนึ่งที่มีเทคนิคเฉพาะ เช่น การ Turn Out, การจัดสมดุลของร่างกาย, การยืนบนปลายเท้า เน้นความสง่างาม โดยควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย
ผ่านท่าทางให้พลิ้วไหวไปตามเสียงดนตรีเพลงคลาสสิค และเครื่องแต่งกายที่มีความเฉพาะตัว (ballet tutu, point shoes) โดยการเต้นบัลเล่ต์

มีแหล่งกำเนิดมาจากการเต้นชั้นสูงในราชสำนักของอิตาลี-ฝรั่งเศส และเนื่องจากบัลเล่ต์เป็นศาสตร์ที่มีการพัฒนามายาวนาน ทำให้วิชาบัลเล่ต์เป็นเหมือนวิชาพื้นฐานที่
เสริมสร้างเทคนิคไปสู่การเต้นแบบอื่นๆ รวมไปถึงการพัฒนาทักษะในการขึ้นพอยท์ หรือการเต้นบนปลายเท้าที่ให้ความรู้สึกล่องลอย และเป็นเอกลักษณ์ของการเต้นบัลเล่ต์อีกด้วย
ผู้เรียนจะได้เรียนรู้การควบคุมกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ที่ใช้ในการเต้นบัลเล่ต์ตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน ไปจนถึงการเต้นระดับสูง

ประวัติ ที่มาของ สมาคมกีฬายิงธนูแห่งประเทศไทย

จากประวัติศาสตร์ชาติไทย ประวัติธนู แทบจะไม่มีหลักฐานที่พูดถึงเรื่องการใช้ธนูแต่อย่างใด ทั้งการใช้ธนูในด้านอาวุธและทางด้านการกีฬา จะมีรู้กันอยู่บ้างก็กล่าวถึงในวรรณกรรม

ประวัติธนู

จริงคนก็รู้จักธนูกันดดยทั่วไป แต่ธนูที่รู้จักกันนั้นไม่ผิดอะไรกับปืนเถื่อนของชาวบ้าน ซึ่งเทียบไม่ได้เลยกับปืนชั้นดี สมัยใหม่ ธนูที่ชาวไทยรู้จักเป็นส่วนใหญ่ไม่ผิดอะไรมากนักกับธนูเด็กเล่น คือการเหลาไม้ไผ่แล้วนำมาโก่งขึงสายก็นับว่าเป็นคันธนู ลูกธนูก็เหลาไม้ปลายแหลม แล้วเอาขนนกมาติดหาง หรือชนกลุ่มน้อยบางเผ่าในประเทศไทยอาจใช้ใบไม้บางชนิดมาทำหางลูกธนูก็เป็น เพียงลูกธนูชาวบ้านชาวป่า

เรามาเริ่มรู้จักกิจกรรมธนูดีขึ้นก็เพียง 25 – 30 ปีที่ผ่านมานี่เอง โดยมีบริษัทค้าเครื่องกีฬาได้สั่งธนูซึ่งทำด้วยไม้ไผ่มา ขาย ถึงแม้เป็นธนูไม้ไผ่แต่ก็มีกรรมวิธีประดิษฐ์หรือมีเทคโนโลยีการผลิตดี เป็นก้าวแรกที่ทำให้คนไทยพอจะแยกออกถึงธนูที่เป็นอาวุธโดยตรงและธนูที่ทำ ขึ้นเพื่อการกีฬาโดยเฉพาะ

จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ. 2510 กีฬายิงธนูของไทยได้เริ่มก่อตั้งขึ้นอย่างจริงจัง โดยการมองเห็นการณ์ไกลของนักกีฬายิงปืนสองสามคน เห็นกีฬายิงธนูมีความใกล้เคียงและจะต้องมีความละเอียดอ่อนในกิจกรรมคล้าย กีฬายิงปืน ในต่างประเทศก็นิยมกีฬายิงธนูถึงขนาดมีการจัดการแข่งขันระดับโลก ประเทศใกล้เคียงกับประเทศไทยเราก็มีสมาคมกีฬายิงธนูกันบ้างแล้วนักยิงปืน เหล่านั้นจึงมีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะสร้างกีฬายิงธนูให้เป็นที่นิยมขึ้นใน ประเทศไทย

จากนั้นก็เริ่มศึกษาหาหลักฐานทั้งปวงที่เป็นมาตรฐานเกี่ยวกับธนูให้เป็นที่ ถ่องแท้ แต่ขณะนั้นยังไม่มีสนามยิงธนูโดยเฉพาะ และต้องขออนุญาตใช้สนามยิงปืนของกรมการรักษาดินแดนเป็นที่เริ่มทดลองฝึกยิง ธนูโดยได้รับการสนับสนุนจากท่านเจ้ากรมการรักษาดินแดนขณะนั้นเป็นอย่างดี

กาลแห่งฤกษ์งามยามดีของวงการกีฬายิงธนูของประเทศไทยก็เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2512 สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าวชิราลงกรณ์ ซึ่งเสด็จมายังกรมการรักษาดินแดน และได้เสด็จมาทรงธนูในวโรกาสนั้นด้วย

ด้วยบารมีล้นพ้น บันดาลให้ความนิยมในกีฬายิงธนูแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็วแล้วสนามยิงธนูย่อม ๆ ก็เกิดขึ้นอีกแห่งหนึ่งที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บางกรวย จากนั้นก็เริ่มมีการแสวงหาธนูมาตรฐานสากลมาเล่นกันหลายท่านจนสามารถจัดการ แข่งขันประลองฝีมือกันได้ ทั้งระหว่างนักธนูไทยและกับนักธนูต่างประเทศ การยิงธนูของประเทศไทยจึงเริ่มขึ้นอย่างจริงจัง

เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2513 วงการกีฬายิงธนูของไทยก็ได้รับอนุญาตเป็นทางการให้เป็นสมาคมกีฬาใช้ชื่อว่า “สมาคมกีฬายิงธนูแห่งประเทศไทย” มีชื่อเป็นสากลว่า “NATIONAL ARCHERY ASSOCIATION OF THAILAND” ใช้ตัวย่อ ส.ธ.ท. และ N.A.A.T. มีสำนักงานของสมาคมอยู่ที่กรมการรักษาดินแดน มีสนามฝึกยิงอยู่ที่ชั้นล่างยิมเนเซี่ยม 1 ในสนามกีฬาแห่งชาติ

จุดกำเนิด ของหมากรุกไทย ประวัติและความเป็นมา

หมากรุกไทย เป็นเกมกระดานที่พัฒนามาจากหมากรุกของอินเดียที่ชื่อเกมว่าจตุรงค์ มีลักษณะของการเล่นเกมใกล้เคียงกับการเล่นหมากรุกสากล นอกจากนี้ในประเทศกัมพูชามีเกมหมากรุก
ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับหมากรุกไทยนิยมเล่นกันอย่างแพร่หลาย

หมากรุกไทย มีประวัติที่ริเริ่มมาจากประเทศอินเดีย โดยมาจากตำนานของรามเกียรติ์ ตามตำนานที่กล่าวว่า ฝ่ายทศกัณฐ์นั้น เมื่อมีศึกเข้าประชิด นางมณโฑ มเหสีของทศกัณฐ์
เห็นทศกัณฐ์เครียดกับการศึกจึงคิดหาเกมให้สวามีได้ผ่อนคลาย โดยคิดเป็นเกมหมากรุกขึ้น โดยแต่เดิมใช้คนเล่น 4 คน เรียกว่า จตุรังกา แต่ในภายหลังได้รับการปรับปรุงจนสามารถใช้ผู้เล่นเพียง 2 คนได้

แชมป์หมากรุกโลก วลาดีมีร์ ครัมนิค ระบุว่าหมากรุกไทย เป็นเกมที่ต้องใช้กลยุทธ์มากกว่าหมากรุกสากล ที่ต้องมีการวางแผนอย่างระมัดระวังในช่วงท้ายเกม

ตัวหมากรุก
-ขุน เป็นตัวหมากรุกที่สำคัญที่สุด มีการเดินและกินไปในทิศทางรอบตัวได้ แต่ไม่สามารถเดินเข้าไปในตากินของฝ่ายตรงข้ามได้
-เม็ด มีการเดินและกินไปในแนวทแยงทั้ง 4 ด้าน
-โคน มีการเดินและกินไปในแนวทแยงทั้ง 4 ด้านและเดินไปทางข้างหน้า
-ม้า เดินเหมือนม้าของหมากรุกสากล เดินและกินในแนวทแยงไขว้แบบ 2×3 (ลักษณะตัว L) 8 ทิศทาง สามารถข้ามหมากตัวอื่นได้
-เรือ มีการเดินและกินไปในแนวตั้ง-แนวนอน ระยะยาว ไม่สามารถข้ามหมากตัวอื่นได้เหมือนเรือของหมากรุกชาติอื่น
-เบี้ย มีการเดินไปทางข้างหน้าและกินในแนวทแยงด้านหน้า เมื่อเบี้ยไปถึงแนววางเบี้ยของฝ่ายตรงข้ามจะกลายเป็นเบี้ยหงาย และมีการเดินและกินเช่นเดียวกับเม็ดทุกประการ

กติกาการเล่น
-ผู้เล่นแต่ละคนผลัดกันเดินหมากของฝ่ายตนเองครั้งละ 1 ตัว
-ถ้าเดินหมากของฝ่ายตัวเองไปในตำแหน่งที่หมากของฝ่ายตรงข้ามตั้งอยู่ หมากของฝ่ายตรงข้ามจะโดนกินและเอาออกนอกกระดาน ยกเว้นขุนจะโดนกินไม่ได้
-ถ้าเดินหมากไปในตำแหน่งที่ตาต่อไปกินขุนของฝ่ายตรงข้ามได้ จะต้องพูดว่า”รุก” โดยตาต่อไปฝ่ายตรงข้ามต้องป้องกันหรือเดินหนีไม่ให้ขุนอยู่ในตำแหน่งที่จะโดนกิน
-ถ้าขุนโดนรุกอยู่และเดินหนีหรือป้องกันการรุกไม่ได้ จะถือว่ารุกจนและเป็นฝ่ายแพ้
-ถ้าขุนไม่โดนรุก แต่ในตาต่อไปเดินหมากตัวไหนไม่ได้เลย จะเรียกว่าอับ และจะเสมอกัน…

ประวัติ กีฬาเทควันโด ศิลปะการต่อสู้และป้องกันตัว

เทควันโด เป็นกีฬาและศิลปะในการต่อสู้ฝึกใช้เพื่อป้องกันตัวโดยไม่มีอาวุธของคนเกาหลี

เทควันโด

คำว่า “แท” (태) แปลว่า เท้าหรือการโจมตีด้วยเท้า; “คว็อน” (권) แปลว่า มือหรือการโจมตีด้วยมือ; “โท” (도) แปลว่า วิถีหรือสติปัญญา ดังนั้น เทควันโด ความหมายโดยทั่วไป
จึงหมายถึง วิถีแห่งการใช้มือและเท้าในการต่อสู้และป้องกันตัว หรือการใช้มือและเท้าในการต่อสู้และป้องกันตัวอย่างมีสติ

จากประวัติศาสตร์ ได้เผยแพร่ในช่วงแรกนั้น หลังสงครามโลกครั้งที่สองสงบลง เกาหลีที่ถูกยึดครองโดยญี่ปุ่นในปี 1910-1945 เทควันโดได้ถูกสร้างขึ้นโดยใช้คาราเต้ของญี่ปุ่นเป็นพื้นฐาน
และค่อยๆผสมผสานเอาการละเล่นพื้นบ้านของเกาหลีที่เรียกว่า Taekyon เข้าไปด้วย ถึงแม้จะไม่มีหลักฐานเพียงพอในการกล่าวอ้าง ชาวเกาหลีก็ยังอ้างว่าเทควันโดมีต้นกำเนิดมาจากเกาหลียุคโบราณ

เทควันโดเป็นอีกหนึ่งชนิดกีฬาที่ได้เข้าร่วมเป็นกีฬาโอลิมปิกเพราะความรุนแรงในการโจมตีไม่รุนแรงมากเมื่อเทียบกับต้นตำรับอย่างคาราเต้ที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นเพื่อใช้ในการสงคราม
หรือการป้องกันตัวมือเปล่าสำหรับทหารญี่ปุ่น

โดยลำดับสายของเทควันโดมีทั้งหมด 11 สาย ด้วยกัน

เริ่ม สายขาว

10 สายเหลือง 1 (สายส้ม-ในบางยิม)
9 สายเหลือง 2
8 สายเขียว 1 (สีเขียวขี้ม้า-ในบางยิม)
7 สายเขียว 2
6 สายฟ้า 1 (ม่วง-ในบางยิม)
5 สายฟ้า 2 (น้ำเงิน-ในบางยิม)
4 สายน้ำตาล 1
3 สายน้ำตาล 2
2 สายแดง 1
1 สายแดง 2

ในบางโรงเรียนมีการเรียนสายแดง 3 หรือ Pre-Black เพื่อเตรียมสำหรับการสอบในระดับสายดำ ขั้นที่ 1 หรือดั้งที่ 1
สำนักคุคกิวอนกำหนดให้มีสายดำทั้งสิ้น 10 ระดับ โดยเริ่มที่ระดับที่ 1 เป็นระดับแรกและใช้เงื่อนไขด้านระยะเวลา และอายุในการพิจารณาในการเลื่อนระดับขั้น (ดั้ง)

กติกาที่เกี่ยวข้อง

ต่อสู้ – ใช้เกราะไฟฟ้าในการช่วยให้คะแนน จู่โจมด้วยเตะธรรมดา ที่ตัว ได้ 1 คะแนน หมุนเตะ 2 คะแนน เตะหัว 3 คะแนน หมุนตัวเตะได้ 4 คะแนน พุมเซ่ – ตัดสินสองส่วน
ตัดท่าผิด 4 คะแนน(Accuracy) บวกเพิ่มการแสดงความเป็นเทควันโด 6 คะแนน(Presentation)

การเรียนเทควันโด

การเลือกที่เรียนสามารถเรียนเทควันโดได้ทั่วประเทศซึ่งควรดูจาก

คุณวุฒิผู้สอนควรเป็น ระดับสายดำขึ้นไปซึ่งจะมีใบประกาศออกจากคุกกิวอนประเทศเกาหลี
ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้สอบควรมี คุณวุฒิเหมาะสม และได้รับการรับรองจากคุกกิวอน (ดั้ง4-ดั้ง10)
แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ผู้เรียนเป็นสำคัญอาธิ เรียนเพื่อสุขภาพ การป้องกันตัว หรือ เรียนเพื่อแข่งขันเป็นนักกีฬา

ประวัติ กีฬาเทนนิส Tennis

เทนนิส Tennis เป็นกีฬาที่เล่นในร่มหรือกลางแจ้ง แบ่งเป็น 2 ฝ่ายแข่งกัน โดยมีผู้เล่นในประเภทเดี่ยวฝ่ายละ 1 คน และผู้เล่นในประเภทคู่ฝ่ายละ 2 คน
ใช้ไม้เทนนิสตีส่งลูกไปมาเหนือตาข่ายภายในเขตที่กำหนด โดยพยายามตีลูกให้ลงในแดนคู่แข่ง จนคู่แข่งไม่สามารถตีลูกกลับมาลงในแดนของเราได้

เทนนิสเป็นเกมกีฬาชนิดหนึ่งซึ่งใช้ไม้แร็กเก็ต ถือกำเนิดในยุโรปช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ช่วงแรกๆนั้นเทนนิสได้แพร่ขยายไปยังกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ
โดยเฉพาะกลุ่มชนชั้นสูง แท้จริงแล้วเทนนิสเป็นกีฬาสากลและเป็นเกมที่เล่นกันเกือบทุกประเทศทั่วโลก ตั้งแต่ปี ค.ศ.1926 ซึ่งมีการจัดทัวร์นาเมนต์ครั้งแรก
เทนนิสจึงได้กลายเป็นกีฬาอาชีพ เทนนิสได้ถูกบรรจุในกีฬาโอลิมปิก ณ โซล ปี ค.ศ.1988

มีหลักฐานพบว่า ประมาณศตวรรษที่ 13 ประเทศฝรั่งเศสมีการเล่นเกมส์ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของกีฬาเทนนิสเรียกว่า Le Jeu Du Paume (เจอเดอปูม)
หรือเป็นภาษาอังกฤษว่า The Game of the Palm (เกมส์ของฝ่ามือ) เป็นกีฬาของชนชั้นสูงที่เล่นในร่มโดยใช้ฝ่ามือตีลูกบอลทรงกลม หลังจากนั้นจึงมีการใช้เเร็คเก็ตเเทนฝ่ามือ

ในตอนต้นศตวรรษที่ 17 มีการสร้างคอร์ทนับร้อยในกรุงปารีสและกีฬานี้เป็นที่นิยมมาก จนกระทั่งนำไปสู่การพนัน ทำให้กีฬานี้ถูกห้ามเล่นในที่สาธารณะแต่อนุญาติให้เล่นได้ในกลุ่มสังคมชั้นสูง
และในตอนปลายศตวรรษที่ 18 คำว่า เตอเน่ (Tenez) ก็ปรากฎขึ้น บางทีอาจเป็นเพราะชาวอังกฤษพยายามออกเสียงตามภาษาฝรั่งเศสโบราณ ซึ่งคำว่า “เตอเน่”
แปลว่าเล่นหรือจับจึงเพี้ยนไป ในที่สุดกลายเป็น เทนนิส (Tennis)

ตอนปลายศตวรรษที่ 16 Le Jeu Du Paume ถูกนำเข้าไปในประเทศอังกฤษ จึงนับได้ว่าประเทศอังกฤษมีส่วนในการพัฒนากีฬานี้ ในปี ค.ศ. 1327 – 1377 กษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่ 3
ได้สร้างคอร์ทขึ้นภายในพระราชวังวินเซอร์ และในปี ค.ศ. 1414 เจ้าชาย Dauphin แห่งฝรั่งเศส ได้ถวายของขวัญแก่พระเจ้าเฮนรี่ที่ 5 เป็นลูกบอลสำหรับใช้เล่นเกมส์นี้
หลักฐานการถวายของขวัญครั้งนี้ ปรากฏอยู่ในบทละครของเชคสเปียร์เรื่องพระเจ้าเฮนรี่ที่ 5 (Henry V) ในภาค (Act) ที่ 1, ฉาก (Scene) ที่ 2, บรรทัดที่ 261-262 ดังนี้
หลังจากการปฏิวัติในประเทศฝรั่งเศส Le Jeu Du Paume ก็สูญหายไปพร้อมกับกลุ่มชนชั้นสูง แต่ในประเทศอังกฤษยังคงมีการเล่นกีฬานี้อยู่ จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1874
นายพันตรี วอลเตอร์ คล็อปตัน วิงฟิลด์ (Major Walter Clopton Wingfield) ได้ดัดแปลงการเล่นมาจากกีฬาเทนนิสซึ่งแต่เดิมเล่นกันในร่มมาเล่นกันกลางแจ้ง
และเรียกชื่อว่า Sphairistike แปลว่า Play ในภาษากรีก

อุปกรณ์การเล่นต่างๆ ได้จดทะเบียนลิขสิทธิ์ไว้ตามกฎหมาย ซึ่งประกอบด้วย เสา ตาข่าย ลูกบอล ไม้แร็กเกตและกติกาการเล่น สนามเทนนิสของเขามีลักษณะตรงกลางแคบแต่
ทางด้านท้ายสนามผายออก คล้ายนาฬิกาทราย สำหรับตาข่ายที่ใช้กั้นตรงกลางสูง 7 ฟุตเหมือนตาข่ายแบดมินตัน

กีฬาของคนรักการเดต้น ประวัติกีฬาเต้น ลีลาศ

กีฬาลีลาศ Ballroom Dance คือ กีฬาชนิดหนึ่งที่เน้นความสวยงามพริ้วไหวของผู้เต้น ตามจังหวะต่าง ๆ เหมาะสำหรับคนที่รักและชอบในการเต้น กีฬาลีลาศ ถือกำเนิดขึ้นในหมู่ชนชั้นสูงฝั่งตะวันตก ที่นิยมใช้การเต้นรำเป็นกิจกรรมในงานสังคม โดยเป็นลักษณะของการเต้นรำแต่ละจังหวะมีต้นกำเนิดแตกต่างกัน+

กีฬาลีลาศ

 

ประเภทสแตนดาร์ด

จังหวะแทงโก้ Tango

แต่เดิมคือจังหวะ มิลองก้า Milonga ที่ใช้เต้นกันในโรงละครเล็ก ๆ แต่เมื่อชนชั้นสูงจากประเทศบราซิลไปพบเข้า จึงเริ่มมีการนำมาเต้นรำกันมากขึ้นและชื่อของจังหวะมิลองก้า Milinga ก็ถูกเปลี่ยนเป็นจังหวะแทงโก้ Tango ในที่สุด

จังหวะวอลซ์ Waltz

กำเนิดขึ้นในช่วงปี ค.ศ.1910– ถึง ค.ศ.1914 ที่บอสตันคลับ ในโรงแรมซาวอย ประเทศอังกฤษ มีชื่อเรียกว่า บอสตัน วอลซ์ Boston Waltz ก่อนที่จะเสื่อมสลายลงไป และกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยถูกดัดแปลงท่าเต้นให้เข้ากับยุคสมัย

จังหวะควิกซ์วอลซ์ Waltz หรือ เวียนนีสวอลซ์ Viennese Waltz

ถือกำเนิดขึ้นในตอนใต้ของประเทศเยอรมนี ในช่วงยุค 60’s ซึ่งเป็นจังหวะที่ต้องใช้พลังสูง เนื่องจากเป็นจังหวะที่มีความเร็ว ถึง 60 บาร์ต่อนาที โดยเน้นที่การรักษาจังหวะให้ต่อเนื่อง เน้นการเต้นแบบอิสระ

จังหวะฟอกซ์ทรอต Foxtrot

เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 ในทวีปยุโรป โดยนักเต้นประกอบจังหวะคนหนึ่งชื่อ แฮรี่ ฟอกซ์ Harry Fox และถูกนำมาดัดแปลงขัดเกลาโดย แฟรงค์ ฟอร์ด Frank Ford ประมาณปี ค.ศ.1922 ถึง ค.ศ.1929 จนเริ่มแพร่หลาย

จังหวะควิกซ์สเตป Quick Step

เป็นจังหวะที่ถูกแตกแขนงมาจากจังหวะฟอกซ์ทรอต เนื่องจากจังหวะฟอกซ์ทรอตมีความเร็วค่อนข้างสูงถึง 50 บาร์ต่อนาที ทำให้นักดนตรีเล่นได้ยาก จึงถูกปรับลดจังหวะลงมาและนำมาผสมผสานกันจนเกิดเป็นจังหวะควิกสเตปขึ้น และเริ่มแพร่หลายประมาณปี ค.ศ.1928 เป็นต้นมา

ประเภทลาตินอเมริกัน

จังหวะแซมบ้า Samba

มีต้นแบบมาจากแถบแอฟริกา แต่ถูกพัฒนาจนเป็นที่นิยมในประเทศบราซิล ซึ่งจังหวะแซมบ้าได้ถูกยอมรับให้เป็นจังหวะที่สามารถเข้าแข่งขันในมหกรรมการแสดงระดับโลกที่นิวยอร์คได้ เมื่อปี ค.ศ.1939 และอีกสิบปีต่อมาจังหวะแซมบ้าก็ถูกยอมรับกันอย่างแพร่หลายในปี ค.ศ.1948 ถึง – ค.ศ.1949

จังหวะรุมบ้า Rumba

ถูกนำเข้าไปยังประเทศอเมริกาโดยทาสชาวแอฟริกัน และถูกพัฒนาต่อจนกระทั่งมีตำราการเต้นรำเกิดขึ้น ซึ่งตำราเล่มนั้นเป็นที่แพร่หลายทำให้จังหวะรุมบ้าได้รับการยอมรับในที่สุด

จังหวะแมมโบ้ Mambo

เป็นจังหวะที่ตั้งขึ้นจากชื่อของหมอผีในประเทศเฮติ เป็นการผสมผสานการเต้นในแบบ แอฟริกัน-คิวบัน และนิยมเต้นกันในคิวบา โดยเริ่มแพร่หลายเมื่อ เปเรซ ปราโด Perez Prado นักดนตรีชาวคิวบา นำเอาจังหวะนี้มาเล่นในประเทศเม็กซิโก และได้รับการบันทึกเป็นแผ่นเสียง ในปี ค.ศ.1951 จนถูกเรียกว่าเป็น ราชาแห่งแมมโบ้ Mambo King

จังหวะ ชะ ชะ ช่า Cha Cha Cha

ถูกพัฒนามาจากจังหวะแมมโบ้ Mambo ซึ่งตั้งขึ้นจากการเลียนเสียงรองเท้ากระทบพื้นขณะเต้นรำ โดยถูกพบเห็นครั้งแรกที่ประเทศอเมริกา และแพร่หลายไปยังแถบยุโรป จากนั้นก็ได้รับความนิยมอย่างจริงจังในช่วงปี ค.ศ.1956 ก่อนที่จะถูกตัดทอนชื่อลงเป็น ชาช่า Cha Cha แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังคงเคยชินกับ ชะ ชะ ช่า Cha Cha Cha มากกว่า

จังหวะไจว์ฟ Jive

กำเนิดขึ้นในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ราวปี ค.ศ.1940 (พ.ศ.2483) เป็นจังหวะเต้นรำในแบบที่เน้นจังหวะจะโคน และการสวิง โดยถูกดัดแปลงมาจากดนตรีในหลายจังหวะ ทั้ง ร็อกแอนด์โรล แอฟริกัน และ อเมริกันสวิง เป็นต้น ซึ่งในการเต้นนั้นจะเน้นการดีด สะบัด และเตะปลายเท้า ซึ่งต้องใช้ความสนุกสนานในการเต้นและใช้พลังสูง

จังหวะปาโซโดเบล Pasodoble

เป็นดนตรีที่มีจังหวะ 2/4 คล้ายเพลงมาร์ชของสเปน ใช้ในช่วงพิธีกรรมที่นักสู้วัวกระทิงกำลังเดินลงสู่สนาม และขณะกำลังจะฆ่ากระทิง ก่อนจะพัฒนามาเป็นจังหวะเต้นรำ โดยฝ่ายชายจะเปรียบเสมือนนักสู้วัวกระทิงที่จะบังคับร่างของคู่เต้น ซึ่งเป็นเสมือนผ้าสีแดง ให้แกว่งไปมาในลักษณะเดียวกับกำลังสะบัดผ้า เพื่อยั่ววัวกระทิง และจะเต้นโดยการย้ำส้นเท้านำเป็นจังหวะอย่างเร็ว ไม่ค่อยใช้สะโพกเคลื่อนไหวเท่าไหร่นัก

กีฬาแข่งจักรยาน เกิดขึ้นครั้งแรกที่ประเทศอะไร ?

กีฬาแข่งจักรยาน เกิดขึ้นครั้งแรกเป็นการแข่งขันจากนครปารีสไปเมืองรูออง ประเทศผรั่งเศส เมื่อปี พ.ศ. 2412 โดยมีนักจักรยาน ชื่อ James Moore
ชาวอังกฤษที่เป็นผู้ชนะเลิศ สหพันธ์จักรยานนานาชาติ International Cycling Union หรือ Union Cycling International, U.C.I ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2443
ณ นครปารีส ประเทศฝรั่งเศสเป็นประธานสหพันธ์คนแรก

 

กีฬาแข่งจักรยาน

 

และต่อมา ในปี พ.ศ. 2507 ระหว่างที่มีการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 18 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น คณะกรรมการโอลิมปิกสากลได้ขอร้องให้สหพันธ์จักรยานนานาชาติ U.C.I.
ได้แยกนักกีฬาจักรยานอาชีพกับนักกีฬาจักรยานสมัครเล่นออกจากกัน โดยมีการบริหารแยกออกจากกันอย่างเด็ดขาด เพราะฉะนั้น การแข่งขันจักรยานสมัครเล่นครั้งแรก
ได้เกิดขึ้นในกีฬาโอลิมปิกครั้งที่ 19 ปี พ.ศ. 2511 ณ กรุงเม็กซิโก ประเทศเม็กซิโก เป็นต้นมา

และในช่วง วันที่ 1-3 กันยายน พ.ศ. 2508 แห่งเมืองซานซีบาสเตีย ประเทศสเปนได้มีการประชุมสหพันธจักรยานนานาชาติ และได้แยกผู้รับผิดชอบจักรยานออกเป็น 2 ส่วนคือ

สหพันธ์จักรยานสมัครเล่นนานาชาติ (Federation International Amateur de Cyclisme หรือ มีชื่อย่อว่า (F.I.A.C.)
สหพันธ์จักรยานอาชีพ (Federation International de Cyclisme Professional หรือ F.I.C.P.)
ประธานสหพันธ์จักรยานสมัครเล่นนานาชาติ (F.I.A.C.) ได้แก่ Adriano Rodoni ชาวเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ปัจจุบันมีประเทศต่างๆ ที่เมืองสมาชิกของ F.I.A.C. จำนวน 130 ประเทศ

มวยไทย มรดกของความเป็นไทย

ประวัติความเป็นมาของ มวยไทย เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของคนไทย ที่ได้สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน เป็นทั้งการต่อสู้ป้องกันตัวและกีฬา แต่ไม่มีหลักฐานปรากฎแน่ชัดว่า เกิดขึ้นครั้งแรกในสมัยใด แต่ก็ยังถือว่ามวยไทยเป็นศิลปะการต่อสู้ของไทยเช่นเดียวกับกังฟูของจีน ยูโดและคาราเต้ของญี่ปุ่น และเทควันโดของเกาหลี

มวยไทย

1 สมัยอยุธยา สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือพระเจ้าเสือ โปรดการชกมวยมากจนทรงปลอมพระองค์มาชกมวยกับชาวบ้าน และชนะคู่ต่อสู้ถึง 3 คน ดังที่สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ระบุไว้ในหนังสือ ศิลปะมวยไทยว่า พระเจ้าเสือได้ปลอมแปลงพระองค์เป็นสามัญชน มาชกมวยกับนักมวยฝีมือดีของเมืองวิเศษไชยชาญ และสามารถชกชนะนักมวยเอกถึง 3 คน ได้แก่ นายกลาง หมัดตาย นายใหญ่ หมัดเหล็ก และนายเล็ก หมัดหนัก โดยทั้ง 3 คน ได้รับความพ่ายแพ้อย่างบอบช้ำจากฝีมือการชกมวยไทยของพระองค์

เมื่อพระมหากษัตริย์โปรดการชกมวยไทยเช่นนี้ ทำให้มีการฝึกมวยไทยกันอย่างแพร่หลายในราชสำนัก และขยายไปสู่บ้านและวัด โดยเฉพาะวัด ถือเป็นแหล่งประสิทธิ์ประสาทวิชามวยไทยเป็นอย่างดี เพราะขุนศึกเมื่อมีอายุมากมักบวชเป็นพระ และสอนวิชาการต่อสู้ให้แก่ลูกศิษย์ที่ดี หรือมีความกตัญญูรู้คุณ โดยเฉพาะนักมวยเด่นในยุคหลังๆ ก็เกิดจากการฝึกฝนกับพระสงฆ์ในวัดแทบทั้งสิ้น ด้วยเหตุนี้การฝึกมวยไทยจึงแพร่หลาย และขยายวงกว้างไปสู่สามัญชนมากยิ่งขึ้น

2 นักมวยที่มีฝีมือดีมีโอกาสเข้ารับราชการให้ก้าวหน้าได้ โดยเฉพาะการเป็นทหารในส่วนราชการที่เรียกว่า ทนายเลือก ซึ่งเป็นกรมที่ดูแลนักมวย ที่มีหน้าที่พิทักษ์รักษาความปลอดภัยให้แก่พระมหากษัตริย์

3 เมื่อครั้งที่นายขนมต้มถูกจับเป็นเชลย และถูกกวาดต้อนไปอยู่ที่กรุงอังวะ ประเทศพม่า เมื่อ พ.ศ. 2310 พม่าได้จัดให้มีการฉลองชัยชนะ ในการทำสงครามกับไทย และสุกี้พระนายกองได้คัดเลือกนายขนมต้มให้ขึ้นชกกับนักมวยพม่า นายขนมต้มสามารถชกชนะนักมวยพม่าได้ถึง 10 คน ดังที่ รังสฤษฎิ์ บุญชลอ กล่าวไว้ว่า “พม่าแพ้แก่นายขนมต้มหมดทุกคนจนถึงกับพระเจ้ากรุงอังวะตรัสชมเชยว่า คนไทยถึงแม้จะไม่มีอาวุธในมือ มีเพียงมือเปล่า 2 ข้าง ก็ยังมีพิษสงรอบตัว” แสดงให้เห็นว่านักมวยไทยมีฝีมือเป็นที่เลื่องลือ

4 ในสมัยที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงเป็นเจ้าเมืองตาก ได้มีทหารเอกคู่ใจที่มีความสามารถด้านมวยไทยมาก และอยู่ในชั้นแนวหน้าของทนายเลือก ชื่อว่า นายทองดี ฟันขาว หรือจ้อย ชาวเมืองพิชัย ซึ่งต่อมาได้เป็น พระยาพิชัยดาบหัก เจ้าเมืองพิชัย

ต้นกำเนิดการแข่งขัน กีฬาว่ายน้ำ Swimming

กีฬาว่ายน้ำ Swimming เป็นกีฬาค่อนข้างได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปรเทศไทย เนื่องเป็นประเทศที่มีอากาศร้อน ๆ จึงทำให้กีฬาชนิดนี้ตอบโจทย์กับสภาพอากาศได้เป็นอย่างดี
สามารถช่วยให้คลายร้อนได้

Swimming

 

ประวัติของกีฬาว่ายน้ำ Swimming เริ่มมีการแข่งขันครั้งแรก พ.ศ. 2416 หรือในปี ค.ศ. 1873 ที่วูลิช บาร์ท ใกล้กับกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยกติกาการแข่งขันจะว่ายแบบใดก็ได้ ขอให้ว่ายไปถึงเส้นชัยก่อนเป็นพอ และหลังจากการแข่งขันครั้งนี้จบลง ประชาชนก็สนใจกีฬาว่ายน้ำมากขึ้น จนในที่สุด ก็ได้ถูกบรรจุในการแข่งขันโอลิมปิกครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. 2436 หรือช่วง ปี ค.ศ. 1893 จนถึงทุกวันนี้

สำหรับกีฬาว่ายน้ำในประเทศไทย มีการจดทะเบียนสมาคมว่ายน้ำสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ต่อกรมตำรวจเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2502 โดยมี พล.ร.ท.สวัสดิ์ ภูติอนันต์ เป็นนายกสมาคมฯ คนแรก ก่อนที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกของสหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติ ปี 2504

ในปี 2548 สมาคมว่ายน้ำสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็น สมาคมว่ายน้ำแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนกีฬาทางน้ำหลายชนิดทั้งว่ายน้ำ, กระโดดน้ำ, โปโลน้ำ และระบำใต้น้ำ

ส่วนการแข่งขันกีฬาว่ายน้ำในปัจจุบัน มีการแข่งขันกันหลากหลายประเภท แยกประเภทการแข่งขันจากท่าการว่าย, ระยะทาง, การว่ายคนเดียวหรือการว่ายเป็นทีม ว่ายผลัด ด้วยเหตุนี้เอง จึงสามารถกระจายการชิงเหรียญทองในการแข่งขันไปได้มาก อย่างโอลิมปิก 2012 ครั้งล่าสุด มีการชิงเหรียญทองกันถึง 34 เหรียญกันเลยทีเดียว

มีกติกา จะกำหนดเสียก่อนว่า การแข่งขันแบบนี้จะว่ายด้วยท่าอะไร และมีระยะทางเท่าใด ซึ่งผู้เข้าแข่งขันก็จะต้องว่ายตามที่กำหนดไว้ ใครเข้าเส้นชัยได้เป็นคนแรกจะเป็นผู้ชนะ เช่น การแข่งขันฟรีสไตล์ 100 เมตร ผู้เข้าแข่งขันจะต้องว่ายด้วยท่าฟรีสไตล์ ในระยะทาง 100 เมตร แต่ว่า ระยะทางที่ยาวที่สุดของสระว่ายน้ำ คือ 50 เมตร ฉะนั้น ผู้แข่งขันจึงต้องว่ายกลับตัว 1 ครั้ง เป็นการว่ายไปกลับ 1 รอบ จึงจะได้ระยะทาง 100 เมตร

เรื่องการปล่อยตัวก่อนการว่าย กรรมการจะเป่าเสียงนกหวีดยาว เพื่อให้นักว่ายน้ำขึ้นบนแท่นกระโดด ต่อมาเมื่อกรรมการจะบอกว่า “เข้าที่” ผู้แข่งขันจึงก้าวไปยืนที่ปลายแท่นกระโดด รอกรรมการให้สัญญาณปล่อยตัวเป็นเสียงปืน ออด หรือนกหวีด จึงสามารถปล่อยตัวได้ อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในท่าว่ายกรรเชียงกับท่าผลัดผสม จะไม่ปล่อยตัวจากแท่น แต่จะปล่อยตัวจากสระว่ายน้ำแทน

สำหรับการว่ายผลัด ผู้แข่งขันกระโดดลงสระหลังจากที่เพื่อนร่วมทีมจะว่ายแตะขอบสระไปแล้วเท่านั้น หากเพื่อนร่วมทีมยังไม่แตะขอบสระ แล้วกระโดดลงไป จะถูกปรับแพ้ทันที

ประโยชน์ของกีฬาว่ายน้ำ

– ช่วยทำให้สุขภาพแข็งแรง กล่าวคือ การว่ายน้ำก็เปรียบเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง ทำให้สุขภาพแข็งแรง มีโอกาสเจ็บป่วยยากขึ้น

– ช่วยรักษาความปลอดภัยของชีวิต กล่าวคือ กีฬาว่ายน้ำสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ด้วย เช่น ช่วยเหลือคนที่จมน้ำ หรือช่วยเหลือตัวเองในขณะที่ตกน้ำ เป็นต้น

– ทำให้รู้สึกสดชื่น-คลายเครียด กล่าวคือ การว่ายน้ำเป็นกีฬาที่อยู่กับน้ำทั้งร่างกาย จะช่วยให้ร่างกายมีความสดชื่น ส่งผลให้คลายเครียดจากปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้

แม้ว่ากีฬาว่ายน้ำจะไม่ได้เป็นกีฬาแบบเผชิญหน้าเหมือนกีฬาชนิดอื่น แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันนั่นก็คือ ความตื่นเต้นเร้าใจในการแข่งขัน ไม่แพ้กีฬาชนิดอื่นอย่างแน่นอน

ประวัติแชร์บอล กีฬาที่นิยมใช้ออกกำลังกาย

แชร์บอล นับได้ว่าเป็นกีฬาอีกป ระเภทหนึ่งที่นิยมนำมาใช้ในการออกกำลังกายได้อย่างดี เนื่องจากสามารถเล่นบนพื้นที่จำกัดและเล่นได้ทั้งในร่มและกลางแจ้ง และมีกฎกติกาการแข่งก็ไม่ยุ่งยาก ไม่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย อุปกรณ์ก็มีราคาถูกและหาได้ง่าย และที่สำคัญยังสามารถเล่นได้ทุกเพศ ทุกวัย ดังนั้น เราจึงเห็นได้ว่า กีฬาแชร์บอล นิยมเล่นและจัดแข่งขันกันในระดับโรงเรียน และหน่วยงานต่าง ๆ อย่างแพร่หลาย

 

กีฬาแชร์บอล

 

กีฬาแชร์บอลไม่มีหลักฐานที่ปารกฎชัดเจนว่ามีกำเนิดหรือเล่นกันมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ยังไงแล้ว ตั้งแต่ในอดีต กีฬาแชร์บอลเป็นเกมกีฬาที่มุ่งเน้นการปลูกฝัง หรือเป็นการปูพื้นฐานการเล่นกีฬาจำพวกบาสเกตบอล แฮนด์บอล หรือกีฬาประเภทอื่น ๆ โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีทักษะด้านการเคลื่อนไหว รวมถึงทักษะการฝึกฝนเบื้องต้นด้านต่าง ๆ เพื่อเป็นการฝึกความพร้อมของร่างกายและจิตใจ

ส่วนระเบียบการเล่น หรือ กติกาแชร์บอล ในตอนแรกยังไม่มีระบุขึ้นมาตายตัว เพียงแต่ยึดถือกติกาบาสเกตบอลในบางส่วนมาใช้ โดยการอนุโลมให้เหมาะสมเท่านั้น จากหลักฐานที่ปรากฏผู้ที่คิดค้นกีฬาแชร์บอลขึ้นมาเล่นคือ พันเอกมงคล พรหมสาขา ณ สกลนคร และได้มีการพัฒนาอย่างแพร่หลาย เนื่องจากแชร์บอลเป็นกีฬาที่เล่นง่าย เพราะไม่จำกัดเพศของผู้เล่น คือ อาจจะเล่นรวมทั้งชายและหญิงผสมกัน และสถานที่ สามารถเล่นได้กับทุกสนามไม่ว่าจะเป็น สนามหญ้า พื้นดิน พื้นซีเมนต์ พื้นไม้ ฯลฯ ส่วนลูกบอลที่ใช้จะใช้ลูกเนตบอล หรือลูกวอลเลย์บอล ถ้าไม่มีก็ใช้วัสดุอื่นแทนได้ เช่น ม้วนผ้าเป็นลักษณะกลม ๆ ก็สามารถเล่นได้ ส่วนภาชนะที่ใช่รับลูกบอลนอกจากตะกร้ายังสามารถใช้อย่างอื่นที่ใส่ลูกได้

โดยจุดประสงค์ของกีฬาแชร์บอล คือ ผู้เล่นแต่ละฝ่ายช่วยกันรับส่งลูกบอลให้ผู้เล่นฝ่ายเดียวกัน นำลูกบอลผ่านฝ่ายตรงข้ามโยนลงไปในตะกร้าของฝ่ายตนเองที่ยืนรอรับอยู่ข้างหน้า(ด้านหลังของฝ่ายตรงข้าม) โดยโยนให้เข้าตะกร้าให้มากที่สุด และในทางตรงกันข้ามอีกฝ่ายก็จะต้องป้องกันไม่ให้ลูกบอลส่งข้ามไปเข้าตะกร้าเช่นกัน

ปัจจุบันกีฬาแชร์บอลเป็นกีฬาที่นิยมเล่นกันอย่างแพร่หลาย ไม่เพียงแต่เล่นหรือแข่งขันภายในโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาเท่านั้น หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐบาลและเอกชนต่างก็ให้ความสนใจนิยมเล่นกัน และมีการแข่งขันทั้งภายในหน่วยงานหรือระหว่างหน่วยงาน เนื่องจากกีฬาแชร์บอลเป็นสื่ออย่างหนึ่งที่จะช่วยให้เชื่อมความสามัคคีระหว่างกันได้เป็นอย่างดี