ประวัติความเป็นมาของการ กระโดดเชือก

กระโดดเชือก

กระโดดเชือก เป็นกีฬาพื้นบ้านที่เล่นสืบเนื่องกันมาแต่โบราณเป็นกีฬาที่เล่นกันโดยปกติแทบทุกจังหวัด
ในภาคกลางแต่ก่อน เช่น จังหวัดกรุงเทพ จังหวัดธนบุรี จังหวัดนครปฐม จังหวัดนนทบุรี

รวมทั้งยังได้รับความนิยมเล่นกันอย่างมากมายในภาคต่างๆด้วย ในสมัยก่อนชาวบ้านในภาคกลาง
นิยมเล่นกระโดดเชือกแข่งขันกันในงานนักขัตฤกษ์

และก็งานรื่นเริงต่างๆนอกจากนั้นยังนิยมเล่นกันเป็นการบริหารร่างกายในเวลาว่างอีกด้วย
ในสมัยโบราณกีฬากระโดเชือกมีการเล่นอยู่ วิธี คือ กระโดดเชือกเดี่ยวและ กระโดดเชือก หมู่

ในปัจจุบันมีการเล่นกระโดดเชือกสามารถ พลิกแพลงท่าต่างๆและวิธีกระโจนหลากหลายแบบเพิ่มขึ้น

แต่ยังไม่เป็นที่แพร่หลายนัก จากหลักฐานพบว่ามีการแข่งขันวิ่งกระโดดเชือกเดี่ยวเป็นระยะทาง 400 เมตร
สำหรับการแข่งขันกีฬาของกระทรวงธรรมการ ในพ.ศ. 2472 และก็มีการแข่งขันวิ่งกระโดดเชือกหมู่

(หมู่ละ คน ให้เป็นคนถือเชือก คน กระโดด คน โดยใช้เชือกยาว เมตร นับครั้งกระโดดเป็นเกณฑ์)

สำหรับในการแข่งขันกีฬานักเรียนของมณฑลนครศรีธรรมราช ใน พ.ศ. 2475 ปัจจุบันกีฬากระโดดเชือกยังได้รับความนิยมเล่นทั่วๆไป
ทั้งคนแก่และเด็ก คนแก่มักเล่นกระโดดเชือกเพื่อเป็นการบริหารร่างกาย ส่วนเด็กเล่นเป็นการสนุกสนาน มักนิยมเล่นแข่งขันกันในงานนักขัตฤกษ์

อประวัติกีฬา ยกน้ำหนัก

กีฬายกน้ำหนัก 

กีฬายกน้ำหนัก ในสมัยเริ่มต้นไม่ได้เป็นกีฬาสังคมในสมัยโบราณคนที่มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงพยายามแสดงออกถึงความสมบูรณ์แข็งแรงของตนและพยายามต่อสู้เพื่อให้รู้ถึงผลแพ้ชนะ วิธีการวัดความแข็งแรงในยุคนั้นมีหลายรูปแบบ อย่างเช่น การแบกลูกวัว การยกถุงทราย การยกหิน หรือการยกเหล็ก เป็นต้น รูปแบบวิธีวัดความแข็งแรงของร่างกายในแต่ละสมัยแต่ละยุคได้ปรับปรุงแบบท่าทางในการยกที่ต่างกันออกไป

ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคครั้งแรกมีกีฬาประเภทใดบ้าง นอกจากการแข่งวิ่งที่จัดให้มีการแข่งขันขึ้น ต่อมาก็จัดให้มีการแข่งขันมวยปล้ำ การกระโดดและกีฬามวย การแข่งขันกีฬาโอลิมปิคที่ประเทศกรีก กรีซได้ปรับปรุงและเจริญรุ่งโรจน์ถึงขีดสูงสุดเมื่อ 464 ปี ก่อนคริสตกาล ในขณะนั้นประเทศกรีก กรีซได้รวมประเทศเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันแล้ว และก็ทุกๆเมือง ทุกๆท้องถิ่น ต่างมีความประสงค์อย่างยิ่งที่จะมีแชมป์เปี้ยนโอลิมปิคในเมืองของตน การประลองกีฬาโอลิมปิคได้ดำเนินเรื่อยมาจนกระทั่ง
มาหยุดชะงักลงเมื่อปี พ. ศ. 2459 ( ค. ศ.1916) อันเนื่องมาจากเกิดสงครามโลกครั้งที่ นับเป็นอุปสรรคสำคัญในการแข่งกีฬาโอลิมปิค

ประวัติการแข่งขันกีฬายกน้ำหนักในประเทศกรีก ( กรีซ) เริ่มขึ้นเมื่อ พ. ศ.2439 ( ค. ศ.1896)เป็นครั้งแรก จัดขึ้นที่กรุงเอเธนส์ ประเทศเจ้าภาพได้รับเหรียญจากการแข่งขัน กีฬายกน้ำหนัก เพียง 2 เหรียญทองแดง ( เหรียญบรอนซ์) สำหรับสหพันธ์ยกน้ำหนักของประเทศกรีซ มีชื่อเรียกว่า Hellenic Weightlifting Federation : HWF . ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อ พ. ศ.2515 ( ค. ศ. 1972) โดยรวมอยู่กับสหพันธ์ มวยปล้ำ

การแข่งขันกีฬายกน้ำหนักในรูปแบบปัจจุบันที่ใช้บาร์เบล เริ่มในศตวรรษที่ 19 ในยุโรปตะวันตก เป็นการแสดงของบุรุษผู้ทรงพลังในโรงละครสัตว์และโรงแสดงการดนตรี เมื่อปี พ . ศ.2448 ( ค. ศ.1905) นี้เองถือว่า เป็นปีเริ่มต้นที่ก่อตั้งสหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติขึ้นเป็นครั้งแรก แต่การแข่งขันก็ขาดช่วงไปหลายปี จนกระทั่งปี พ. ศ.2463 ( ค. ศ.1920) การแข่งขันกีฬายกน้ำหนักก็ถูกรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ โดยได้บรรจุเข้าในการ แข่งขันกีฬาโอลิมปิคอีกครั้งหนึ่ง จนกระทั่งถึงปัจจุบันกฎเกณฑ์การแข่งขันกีฬายกน้ำหนักในระยะแรกอยู่ภายใต้
Federation International High Committee  FIHC. ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นสหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติ น้ำหนักชิงชนะเลิศแห่งโลกจัดขึ้นครั้งแรกที่เมืองพิคาดิลลี่ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ. ศ. 2434 ( ค. ศ.1891) มี 2 ท่า คือ

ท่าเจอร์คมือเดียว (The Single hand of Jerk)
ท่าเจอร์คสองมือ (The two hands of Jerk)…

ประวัติความเป็นมาของ โยคะ

โยคะ Yoga

โยคะ Yoga ถือกำเนิดในประเทศอินเดียเมื่อหลายพันปีผ่านมา โดยในสมัยก่อนนั้นมนุษย์ได้ค้นคว้าเป็นครั้งแรก
เกี่ยวกับความรู้ความเข้าใจในการดำรงชีวิตของตนเอง 



โยคะ Yoga สมัยก่อนมีการจารึกถ้อยคำด้วยตัวอักษรวิชาความรู้ที่สำคัญๆทั้งหมด ถูกส่งผ่านคนรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่ง
ในรูปแบบของนิทาน

ด้วยวิธีการเช่นนี้ วิชาความรู้ต่างๆจึงได้สะสมขึ้นและวัฒนธรรมต่างๆได้พัฒนาขึ้นมา
และนี่คือวิธีการที่การฝึก โยคะ 

ได้ถูกถ่ายทอดมาถึงปัจจุบันในหุบเขาแห่งอินดัสวอลเลย์ นักโบราณคดีได้ศึกษาและทำการค้นพบ
ไม้แกะสลักและศิลปะรูปปั้น ที่แสดงถึงการฝึกโยคะ

ศิลปะพวกนี้ถูกทำขึ้นโดยประชาคมที่มีความเจริญก้าวหน้าเป็นอย่างมาก
ซึ่งเจริญอยู่ภายในเขตพื้นที่แถบนั้นช่วง 2000 และ1000 ปีก่อนคริสต์ศักราช

นักปราชญ์ชาวฮินดูคนหนึ่งชื่อว่าปตัญชลี เป็นคนแรกที่ปรับปรุงการฝึกโยคะขั้นพื้นฐาน
เขาเขียนสูตรแห่งการฝึกโยคะเป็น หัวข้อสั้นๆ

คำว่าโยคะ มีรากศัพท์มาจากคำในภาษาสันสกฤตว่า ยุจ (YUJ)” ที่มีความหมายถึงการประกอบกันหรือการเชื่อมผนึกกัน
โดยผู้ที่ปฏิบัติโยคะที่เป็นผู้ชายเรียกว่า 
Yogins or Yogis 

ส่วนผู้หญิงเรียกว่าYoginis ส่วนผู้สอนเรียกว่า Guru ประเทศตะวันตกได้นำโยคะมาเป็นการบริหารร่างกาย
โดยดัดแปลงแก้ไขจาก Hatha-Yoga ซึ่งเป็นแขนงหนึ่งของโยคะ

นอกจากนี้การฝึกท่าโยคะเรียก Asanas เป็นการฝึกท่าโยคะและก็ค้างท่านั้นเป็นระยะเวลาหนึ่ง
การฝึกโยคะจะเน้นความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของกระดูกสันหลัง

ทำให้เลือดและสารอาหารไปเลี้ยงประสาทไขสันหลังเพิ่ม  การฝึกโยคะจะทำให้การทำงานของต่อมต่างๆ
และก็ต่อมไร้ท่อทำงานดีขึ้น ท่าของการฝึกฝนโยคะเป็นการยืดเหยียดกล้ามเนื้อตาแบบของโยคะ

และก็มีการสอดคล้องกับการหายใจเป็นการรวมกายและจิตร่วมกัน การฝึกท่าโยคะจะเป็นการฝึกประสาท
ความยืดหยุ่น ความแข็งแรง การทรงตัว ลดความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อ
สุขภาพด้านจิตและก็สุขภาพร่างกายดีขึ้น

เกร็ดความรู้ ประวัติกีฬายิมนาสติก

ยิมนาสติก

ยิมนาสติก Gymnastics เป็นกีฬาที่เกี่ยวกับการแสดง ความแข็งแรง ความสวยงาม ความคล่องแคล่ว และการทำงานประสานกันของร่างกาย
และต้องใช้ความสามารถเป็นอย่างสูง เป็นกีฬาสากลประเภทหนึ่งที่จัดเข้าแข่งขันในกีฬาโอลิมปิก

ยิมนาสติก

ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าเริ่มมาเมื่อใด แต่มาปรากฏก่อนคริสต์ศักราช 2,600 ปี ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ชาวจีนได้มีการฝึกฝนท่ากายบริหาร
และการคิดประดิษฐ์ท่ากายบริหารขึ้น แต่การเริ่มต้นยิมนาสติกอย่างแท้จริงน่าจะเริ่มสมัยเริ่มต้นของประวัติศาสตร์แห่งชาวกรีกและโรมัน

โดยเฉพาะกรีกโบราณ คำว่า ยิมนาสติก เป็นภาษากรีก มาจากคำว่า Gymnos แปลว่า Nude หรือแปลว่า Naked Art
มีความหมายว่า “ศิลปะแห่งการเปลือยเปล่า”

ในปี พ.ศ. 2495 ได้มีการกำหนดประเภทยิมนาสติกสากล ประเภทชายมี 6 อุปกรณ์ และหญิงมี 4 อุปกรณ์

อุปกรณ์ในประเภทชาย

ฟลอร์เอ็กเซอร์ไซส์ Floor exercise
ม้าหู หรือม้าหมุน Pommel horse
ห่วง Rings
ม้ากระโดด Long horse
บาร์คู่ Parallel bars
บาร์เดี่ยว Horizontal bar

อุปกรณ์ในประเภทหญิง

ม้ากระโดด Vaulting horse
บาร์ต่างระดับ Uneven bars
คานทรงตัว Balance bars
ฟลอร์เอ็กเซอร์ไซส์ Floor exercise
ยิมนาสติกอีกประเภท คือ ยิมนาสติกลีลาประกอบดนตรี Rhythmic Sportive Gymnastic เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2513 ทางแถบยุโรปตอนเหนือ
ผู้เล่นจะเป็นผู้หญิงเท่านั้น เป็นการแสดงบนฟลอร์เอ็กเซอร์ไซส์ โดยจะเป็นการเคลื่อนไหวประกอบเสียงดนตรี
และอุปกรณ์ต่างๆ เช่น บอล Ball ริบบิ้น Ribbin คทา หรือคลับ Club ห่วง Hoop เชือก Rope

ยิมนาสติกทั้งสองประเภทจะอยู่ภายใต้การควบคุมของสหพันธ์ยิมนาสติกสากล

ส่วนยิมนาสติกายกรรม หรือยิมนาสติกผาดโผนมิได้ขึ้นกับสหพันธ์ยิมนาสติกสากล มีลักษณะการแข่งขันทั้งประเภทเดี่ยว ประเภทคู่ และประเภททีม
เป็นลักษณะของการต่อตัว ผสมกับการแสดงท่ายืดหยุ่น หรือการตีลังกาทั้งบนฟลอร์ และกลางอากาศ
โดยผู้เล่นแสดงเข้าจังหวะเสียงดนตรีให้มีความกลมกลืน ในเวลาที่กำหนด…

บัลเลต์ ballet ศิลปะการเต้น

ballet

บัลเลต์ ballet หมายถึง การแสดงที่ประกอบด้วยการเต้น และ ดนตรีมีลักษณะเช่นเดียวกับอุปรากร เพียงแต่บัลเลต์เป็นการนำเสนอเนื้อเรื่อง
โดยใช้การเต้นเป็นสื่อ มีกำเนิดขึ้นในระหว่างศตวรรษที่ 15 ที่ประเทศฝรั่งเศส ต่อมาในศตวรรษที่ 19 ได้แพร่หลายเข้าไปในประเทศอิตาลี การพัฒนาในยุคนี้คือ

นิยมให้ผู้หญิงเป็นผู้แสดงเอก เรียกว่า บัลเลรินา Ballerina ศตวรรษที่ 20 บัลเลต์ได้รับการพัฒนาให้มีรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า โมเดิร์นแดนซ์ Modern Dance คือ
การนำเอาหลักของบัลเลต์มาผสมผสานดัดแปลงให้เป็นการเต้น โดยไม่ต้องใส่รองเท้าบัลเลต์และไม่ต้องใช้ปลายเท้าในลักษณะของบัลเลต์ ผู้มีบทบาทสำคัญในการประพันธ์เพลงบัลเลต์
ได้แก่ ไชคอฟสกี โปรโกเฟียฟ คอปแลนด์ และฟัลย่า

บัลเล่ต์ เป็นการเต้นรูปแบบหนึ่งที่มีเทคนิคเฉพาะ เช่น การ Turn Out, การจัดสมดุลของร่างกาย, การยืนบนปลายเท้า เน้นความสง่างาม โดยควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย
ผ่านท่าทางให้พลิ้วไหวไปตามเสียงดนตรีเพลงคลาสสิค และเครื่องแต่งกายที่มีความเฉพาะตัว (ballet tutu, point shoes) โดยการเต้นบัลเล่ต์

มีแหล่งกำเนิดมาจากการเต้นชั้นสูงในราชสำนักของอิตาลี-ฝรั่งเศส และเนื่องจากบัลเล่ต์เป็นศาสตร์ที่มีการพัฒนามายาวนาน ทำให้วิชาบัลเล่ต์เป็นเหมือนวิชาพื้นฐานที่
เสริมสร้างเทคนิคไปสู่การเต้นแบบอื่นๆ รวมไปถึงการพัฒนาทักษะในการขึ้นพอยท์ หรือการเต้นบนปลายเท้าที่ให้ความรู้สึกล่องลอย และเป็นเอกลักษณ์ของการเต้นบัลเล่ต์อีกด้วย
ผู้เรียนจะได้เรียนรู้การควบคุมกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ที่ใช้ในการเต้นบัลเล่ต์ตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน ไปจนถึงการเต้นระดับสูง

ประวัติ ที่มาของ สมาคมกีฬายิงธนูแห่งประเทศไทย

ประวัติธนู

จากประวัติศาสตร์ชาติไทย ประวัติธนู แทบจะไม่มีหลักฐานที่พูดถึงเรื่องการใช้ธนูแต่อย่างใด ทั้งการใช้ธนูในด้านอาวุธและทางด้านการกีฬา จะมีรู้กันอยู่บ้างก็กล่าวถึงในวรรณกรรม

ประวัติธนู

จริงคนก็รู้จักธนูกันดดยทั่วไป แต่ธนูที่รู้จักกันนั้นไม่ผิดอะไรกับปืนเถื่อนของชาวบ้าน ซึ่งเทียบไม่ได้เลยกับปืนชั้นดี สมัยใหม่ ธนูที่ชาวไทยรู้จักเป็นส่วนใหญ่ไม่ผิดอะไรมากนักกับธนูเด็กเล่น คือการเหลาไม้ไผ่แล้วนำมาโก่งขึงสายก็นับว่าเป็นคันธนู ลูกธนูก็เหลาไม้ปลายแหลม แล้วเอาขนนกมาติดหาง หรือชนกลุ่มน้อยบางเผ่าในประเทศไทยอาจใช้ใบไม้บางชนิดมาทำหางลูกธนูก็เป็น เพียงลูกธนูชาวบ้านชาวป่า

เรามาเริ่มรู้จักกิจกรรมธนูดีขึ้นก็เพียง 25 – 30 ปีที่ผ่านมานี่เอง โดยมีบริษัทค้าเครื่องกีฬาได้สั่งธนูซึ่งทำด้วยไม้ไผ่มา ขาย ถึงแม้เป็นธนูไม้ไผ่แต่ก็มีกรรมวิธีประดิษฐ์หรือมีเทคโนโลยีการผลิตดี เป็นก้าวแรกที่ทำให้คนไทยพอจะแยกออกถึงธนูที่เป็นอาวุธโดยตรงและธนูที่ทำ ขึ้นเพื่อการกีฬาโดยเฉพาะ

จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ. 2510 กีฬายิงธนูของไทยได้เริ่มก่อตั้งขึ้นอย่างจริงจัง โดยการมองเห็นการณ์ไกลของนักกีฬายิงปืนสองสามคน เห็นกีฬายิงธนูมีความใกล้เคียงและจะต้องมีความละเอียดอ่อนในกิจกรรมคล้าย กีฬายิงปืน ในต่างประเทศก็นิยมกีฬายิงธนูถึงขนาดมีการจัดการแข่งขันระดับโลก ประเทศใกล้เคียงกับประเทศไทยเราก็มีสมาคมกีฬายิงธนูกันบ้างแล้วนักยิงปืน เหล่านั้นจึงมีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะสร้างกีฬายิงธนูให้เป็นที่นิยมขึ้นใน ประเทศไทย

จากนั้นก็เริ่มศึกษาหาหลักฐานทั้งปวงที่เป็นมาตรฐานเกี่ยวกับธนูให้เป็นที่ ถ่องแท้ แต่ขณะนั้นยังไม่มีสนามยิงธนูโดยเฉพาะ และต้องขออนุญาตใช้สนามยิงปืนของกรมการรักษาดินแดนเป็นที่เริ่มทดลองฝึกยิง ธนูโดยได้รับการสนับสนุนจากท่านเจ้ากรมการรักษาดินแดนขณะนั้นเป็นอย่างดี

กาลแห่งฤกษ์งามยามดีของวงการกีฬายิงธนูของประเทศไทยก็เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2512 สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าวชิราลงกรณ์ ซึ่งเสด็จมายังกรมการรักษาดินแดน และได้เสด็จมาทรงธนูในวโรกาสนั้นด้วย

ด้วยบารมีล้นพ้น บันดาลให้ความนิยมในกีฬายิงธนูแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็วแล้วสนามยิงธนูย่อม ๆ ก็เกิดขึ้นอีกแห่งหนึ่งที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บางกรวย จากนั้นก็เริ่มมีการแสวงหาธนูมาตรฐานสากลมาเล่นกันหลายท่านจนสามารถจัดการ แข่งขันประลองฝีมือกันได้ ทั้งระหว่างนักธนูไทยและกับนักธนูต่างประเทศ การยิงธนูของประเทศไทยจึงเริ่มขึ้นอย่างจริงจัง

เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2513 วงการกีฬายิงธนูของไทยก็ได้รับอนุญาตเป็นทางการให้เป็นสมาคมกีฬาใช้ชื่อว่า “สมาคมกีฬายิงธนูแห่งประเทศไทย” มีชื่อเป็นสากลว่า “NATIONAL ARCHERY ASSOCIATION OF THAILAND” ใช้ตัวย่อ ส.ธ.ท. และ N.A.A.T. มีสำนักงานของสมาคมอยู่ที่กรมการรักษาดินแดน มีสนามฝึกยิงอยู่ที่ชั้นล่างยิมเนเซี่ยม 1 ในสนามกีฬาแห่งชาติ

จุดกำเนิด ของหมากรุกไทย ประวัติและความเป็นมา

หมากรุกไทย

หมากรุกไทย เป็นเกมกระดานที่พัฒนามาจากหมากรุกของอินเดียที่ชื่อเกมว่าจตุรงค์ มีลักษณะของการเล่นเกมใกล้เคียงกับการเล่นหมากรุกสากล นอกจากนี้ในประเทศกัมพูชามีเกมหมากรุก
ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับหมากรุกไทยนิยมเล่นกันอย่างแพร่หลาย

หมากรุกไทย มีประวัติที่ริเริ่มมาจากประเทศอินเดีย โดยมาจากตำนานของรามเกียรติ์ ตามตำนานที่กล่าวว่า ฝ่ายทศกัณฐ์นั้น เมื่อมีศึกเข้าประชิด นางมณโฑ มเหสีของทศกัณฐ์
เห็นทศกัณฐ์เครียดกับการศึกจึงคิดหาเกมให้สวามีได้ผ่อนคลาย โดยคิดเป็นเกมหมากรุกขึ้น โดยแต่เดิมใช้คนเล่น 4 คน เรียกว่า จตุรังกา แต่ในภายหลังได้รับการปรับปรุงจนสามารถใช้ผู้เล่นเพียง 2 คนได้

แชมป์หมากรุกโลก วลาดีมีร์ ครัมนิค ระบุว่าหมากรุกไทย เป็นเกมที่ต้องใช้กลยุทธ์มากกว่าหมากรุกสากล ที่ต้องมีการวางแผนอย่างระมัดระวังในช่วงท้ายเกม

ตัวหมากรุก
-ขุน เป็นตัวหมากรุกที่สำคัญที่สุด มีการเดินและกินไปในทิศทางรอบตัวได้ แต่ไม่สามารถเดินเข้าไปในตากินของฝ่ายตรงข้ามได้
-เม็ด มีการเดินและกินไปในแนวทแยงทั้ง 4 ด้าน
-โคน มีการเดินและกินไปในแนวทแยงทั้ง 4 ด้านและเดินไปทางข้างหน้า
-ม้า เดินเหมือนม้าของหมากรุกสากล เดินและกินในแนวทแยงไขว้แบบ 2×3 (ลักษณะตัว L) 8 ทิศทาง สามารถข้ามหมากตัวอื่นได้
-เรือ มีการเดินและกินไปในแนวตั้ง-แนวนอน ระยะยาว ไม่สามารถข้ามหมากตัวอื่นได้เหมือนเรือของหมากรุกชาติอื่น
-เบี้ย มีการเดินไปทางข้างหน้าและกินในแนวทแยงด้านหน้า เมื่อเบี้ยไปถึงแนววางเบี้ยของฝ่ายตรงข้ามจะกลายเป็นเบี้ยหงาย และมีการเดินและกินเช่นเดียวกับเม็ดทุกประการ

กติกาการเล่น
-ผู้เล่นแต่ละคนผลัดกันเดินหมากของฝ่ายตนเองครั้งละ 1 ตัว
-ถ้าเดินหมากของฝ่ายตัวเองไปในตำแหน่งที่หมากของฝ่ายตรงข้ามตั้งอยู่ หมากของฝ่ายตรงข้ามจะโดนกินและเอาออกนอกกระดาน ยกเว้นขุนจะโดนกินไม่ได้
-ถ้าเดินหมากไปในตำแหน่งที่ตาต่อไปกินขุนของฝ่ายตรงข้ามได้ จะต้องพูดว่า”รุก” โดยตาต่อไปฝ่ายตรงข้ามต้องป้องกันหรือเดินหนีไม่ให้ขุนอยู่ในตำแหน่งที่จะโดนกิน
-ถ้าขุนโดนรุกอยู่และเดินหนีหรือป้องกันการรุกไม่ได้ จะถือว่ารุกจนและเป็นฝ่ายแพ้
-ถ้าขุนไม่โดนรุก แต่ในตาต่อไปเดินหมากตัวไหนไม่ได้เลย จะเรียกว่าอับ และจะเสมอกัน…

ประวัติ กีฬาเทควันโด ศิลปะการต่อสู้และป้องกันตัว

เทควันโด

เทควันโด เป็นกีฬาและศิลปะในการต่อสู้ฝึกใช้เพื่อป้องกันตัวโดยไม่มีอาวุธของคนเกาหลี

เทควันโด

คำว่า “แท” (태) แปลว่า เท้าหรือการโจมตีด้วยเท้า; “คว็อน” (권) แปลว่า มือหรือการโจมตีด้วยมือ; “โท” (도) แปลว่า วิถีหรือสติปัญญา ดังนั้น เทควันโด ความหมายโดยทั่วไป
จึงหมายถึง วิถีแห่งการใช้มือและเท้าในการต่อสู้และป้องกันตัว หรือการใช้มือและเท้าในการต่อสู้และป้องกันตัวอย่างมีสติ

จากประวัติศาสตร์ ได้เผยแพร่ในช่วงแรกนั้น หลังสงครามโลกครั้งที่สองสงบลง เกาหลีที่ถูกยึดครองโดยญี่ปุ่นในปี 1910-1945 เทควันโดได้ถูกสร้างขึ้นโดยใช้คาราเต้ของญี่ปุ่นเป็นพื้นฐาน
และค่อยๆผสมผสานเอาการละเล่นพื้นบ้านของเกาหลีที่เรียกว่า Taekyon เข้าไปด้วย ถึงแม้จะไม่มีหลักฐานเพียงพอในการกล่าวอ้าง ชาวเกาหลีก็ยังอ้างว่าเทควันโดมีต้นกำเนิดมาจากเกาหลียุคโบราณ

เทควันโดเป็นอีกหนึ่งชนิดกีฬาที่ได้เข้าร่วมเป็นกีฬาโอลิมปิกเพราะความรุนแรงในการโจมตีไม่รุนแรงมากเมื่อเทียบกับต้นตำรับอย่างคาราเต้ที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นเพื่อใช้ในการสงคราม
หรือการป้องกันตัวมือเปล่าสำหรับทหารญี่ปุ่น

โดยลำดับสายของเทควันโดมีทั้งหมด 11 สาย ด้วยกัน

เริ่ม สายขาว

10 สายเหลือง 1 (สายส้ม-ในบางยิม)
9 สายเหลือง 2
8 สายเขียว 1 (สีเขียวขี้ม้า-ในบางยิม)
7 สายเขียว 2
6 สายฟ้า 1 (ม่วง-ในบางยิม)
5 สายฟ้า 2 (น้ำเงิน-ในบางยิม)
4 สายน้ำตาล 1
3 สายน้ำตาล 2
2 สายแดง 1
1 สายแดง 2

ในบางโรงเรียนมีการเรียนสายแดง 3 หรือ Pre-Black เพื่อเตรียมสำหรับการสอบในระดับสายดำ ขั้นที่ 1 หรือดั้งที่ 1
สำนักคุคกิวอนกำหนดให้มีสายดำทั้งสิ้น 10 ระดับ โดยเริ่มที่ระดับที่ 1 เป็นระดับแรกและใช้เงื่อนไขด้านระยะเวลา และอายุในการพิจารณาในการเลื่อนระดับขั้น (ดั้ง)

กติกาที่เกี่ยวข้อง

ต่อสู้ – ใช้เกราะไฟฟ้าในการช่วยให้คะแนน จู่โจมด้วยเตะธรรมดา ที่ตัว ได้ 1 คะแนน หมุนเตะ 2 คะแนน เตะหัว 3 คะแนน หมุนตัวเตะได้ 4 คะแนน พุมเซ่ – ตัดสินสองส่วน
ตัดท่าผิด 4 คะแนน(Accuracy) บวกเพิ่มการแสดงความเป็นเทควันโด 6 คะแนน(Presentation)

การเรียนเทควันโด

การเลือกที่เรียนสามารถเรียนเทควันโดได้ทั่วประเทศซึ่งควรดูจาก

คุณวุฒิผู้สอนควรเป็น ระดับสายดำขึ้นไปซึ่งจะมีใบประกาศออกจากคุกกิวอนประเทศเกาหลี
ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้สอบควรมี คุณวุฒิเหมาะสม และได้รับการรับรองจากคุกกิวอน (ดั้ง4-ดั้ง10)
แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ผู้เรียนเป็นสำคัญอาธิ เรียนเพื่อสุขภาพ การป้องกันตัว หรือ เรียนเพื่อแข่งขันเป็นนักกีฬา

ประวัติ กีฬาเทนนิส Tennis

Tennis

เทนนิส Tennis เป็นกีฬาที่เล่นในร่มหรือกลางแจ้ง แบ่งเป็น 2 ฝ่ายแข่งกัน โดยมีผู้เล่นในประเภทเดี่ยวฝ่ายละ 1 คน และผู้เล่นในประเภทคู่ฝ่ายละ 2 คน
ใช้ไม้เทนนิสตีส่งลูกไปมาเหนือตาข่ายภายในเขตที่กำหนด โดยพยายามตีลูกให้ลงในแดนคู่แข่ง จนคู่แข่งไม่สามารถตีลูกกลับมาลงในแดนของเราได้

เทนนิสเป็นเกมกีฬาชนิดหนึ่งซึ่งใช้ไม้แร็กเก็ต ถือกำเนิดในยุโรปช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ช่วงแรกๆนั้นเทนนิสได้แพร่ขยายไปยังกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ
โดยเฉพาะกลุ่มชนชั้นสูง แท้จริงแล้วเทนนิสเป็นกีฬาสากลและเป็นเกมที่เล่นกันเกือบทุกประเทศทั่วโลก ตั้งแต่ปี ค.ศ.1926 ซึ่งมีการจัดทัวร์นาเมนต์ครั้งแรก
เทนนิสจึงได้กลายเป็นกีฬาอาชีพ เทนนิสได้ถูกบรรจุในกีฬาโอลิมปิก ณ โซล ปี ค.ศ.1988

มีหลักฐานพบว่า ประมาณศตวรรษที่ 13 ประเทศฝรั่งเศสมีการเล่นเกมส์ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของกีฬาเทนนิสเรียกว่า Le Jeu Du Paume (เจอเดอปูม)
หรือเป็นภาษาอังกฤษว่า The Game of the Palm (เกมส์ของฝ่ามือ) เป็นกีฬาของชนชั้นสูงที่เล่นในร่มโดยใช้ฝ่ามือตีลูกบอลทรงกลม หลังจากนั้นจึงมีการใช้เเร็คเก็ตเเทนฝ่ามือ

ในตอนต้นศตวรรษที่ 17 มีการสร้างคอร์ทนับร้อยในกรุงปารีสและกีฬานี้เป็นที่นิยมมาก จนกระทั่งนำไปสู่การพนัน ทำให้กีฬานี้ถูกห้ามเล่นในที่สาธารณะแต่อนุญาติให้เล่นได้ในกลุ่มสังคมชั้นสูง
และในตอนปลายศตวรรษที่ 18 คำว่า เตอเน่ (Tenez) ก็ปรากฎขึ้น บางทีอาจเป็นเพราะชาวอังกฤษพยายามออกเสียงตามภาษาฝรั่งเศสโบราณ ซึ่งคำว่า “เตอเน่”
แปลว่าเล่นหรือจับจึงเพี้ยนไป ในที่สุดกลายเป็น เทนนิส (Tennis)

ตอนปลายศตวรรษที่ 16 Le Jeu Du Paume ถูกนำเข้าไปในประเทศอังกฤษ จึงนับได้ว่าประเทศอังกฤษมีส่วนในการพัฒนากีฬานี้ ในปี ค.ศ. 1327 – 1377 กษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่ 3
ได้สร้างคอร์ทขึ้นภายในพระราชวังวินเซอร์ และในปี ค.ศ. 1414 เจ้าชาย Dauphin แห่งฝรั่งเศส ได้ถวายของขวัญแก่พระเจ้าเฮนรี่ที่ 5 เป็นลูกบอลสำหรับใช้เล่นเกมส์นี้
หลักฐานการถวายของขวัญครั้งนี้ ปรากฏอยู่ในบทละครของเชคสเปียร์เรื่องพระเจ้าเฮนรี่ที่ 5 (Henry V) ในภาค (Act) ที่ 1, ฉาก (Scene) ที่ 2, บรรทัดที่ 261-262 ดังนี้
หลังจากการปฏิวัติในประเทศฝรั่งเศส Le Jeu Du Paume ก็สูญหายไปพร้อมกับกลุ่มชนชั้นสูง แต่ในประเทศอังกฤษยังคงมีการเล่นกีฬานี้อยู่ จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1874
นายพันตรี วอลเตอร์ คล็อปตัน วิงฟิลด์ (Major Walter Clopton Wingfield) ได้ดัดแปลงการเล่นมาจากกีฬาเทนนิสซึ่งแต่เดิมเล่นกันในร่มมาเล่นกันกลางแจ้ง
และเรียกชื่อว่า Sphairistike แปลว่า Play ในภาษากรีก

อุปกรณ์การเล่นต่างๆ ได้จดทะเบียนลิขสิทธิ์ไว้ตามกฎหมาย ซึ่งประกอบด้วย เสา ตาข่าย ลูกบอล ไม้แร็กเกตและกติกาการเล่น สนามเทนนิสของเขามีลักษณะตรงกลางแคบแต่
ทางด้านท้ายสนามผายออก คล้ายนาฬิกาทราย สำหรับตาข่ายที่ใช้กั้นตรงกลางสูง 7 ฟุตเหมือนตาข่ายแบดมินตัน

กีฬาของคนรักการเดต้น ประวัติกีฬาเต้น ลีลาศ

กีฬาลีลาศ

กีฬาลีลาศ Ballroom Dance คือ กีฬาชนิดหนึ่งที่เน้นความสวยงามพริ้วไหวของผู้เต้น ตามจังหวะต่าง ๆ เหมาะสำหรับคนที่รักและชอบในการเต้น กีฬาลีลาศ ถือกำเนิดขึ้นในหมู่ชนชั้นสูงฝั่งตะวันตก ที่นิยมใช้การเต้นรำเป็นกิจกรรมในงานสังคม โดยเป็นลักษณะของการเต้นรำแต่ละจังหวะมีต้นกำเนิดแตกต่างกัน+

กีฬาลีลาศ

 

ประเภทสแตนดาร์ด

จังหวะแทงโก้ Tango

แต่เดิมคือจังหวะ มิลองก้า Milonga ที่ใช้เต้นกันในโรงละครเล็ก ๆ แต่เมื่อชนชั้นสูงจากประเทศบราซิลไปพบเข้า จึงเริ่มมีการนำมาเต้นรำกันมากขึ้นและชื่อของจังหวะมิลองก้า Milinga ก็ถูกเปลี่ยนเป็นจังหวะแทงโก้ Tango ในที่สุด

จังหวะวอลซ์ Waltz

กำเนิดขึ้นในช่วงปี ค.ศ.1910– ถึง ค.ศ.1914 ที่บอสตันคลับ ในโรงแรมซาวอย ประเทศอังกฤษ มีชื่อเรียกว่า บอสตัน วอลซ์ Boston Waltz ก่อนที่จะเสื่อมสลายลงไป และกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยถูกดัดแปลงท่าเต้นให้เข้ากับยุคสมัย

จังหวะควิกซ์วอลซ์ Waltz หรือ เวียนนีสวอลซ์ Viennese Waltz

ถือกำเนิดขึ้นในตอนใต้ของประเทศเยอรมนี ในช่วงยุค 60’s ซึ่งเป็นจังหวะที่ต้องใช้พลังสูง เนื่องจากเป็นจังหวะที่มีความเร็ว ถึง 60 บาร์ต่อนาที โดยเน้นที่การรักษาจังหวะให้ต่อเนื่อง เน้นการเต้นแบบอิสระ

จังหวะฟอกซ์ทรอต Foxtrot

เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 ในทวีปยุโรป โดยนักเต้นประกอบจังหวะคนหนึ่งชื่อ แฮรี่ ฟอกซ์ Harry Fox และถูกนำมาดัดแปลงขัดเกลาโดย แฟรงค์ ฟอร์ด Frank Ford ประมาณปี ค.ศ.1922 ถึง ค.ศ.1929 จนเริ่มแพร่หลาย

จังหวะควิกซ์สเตป Quick Step

เป็นจังหวะที่ถูกแตกแขนงมาจากจังหวะฟอกซ์ทรอต เนื่องจากจังหวะฟอกซ์ทรอตมีความเร็วค่อนข้างสูงถึง 50 บาร์ต่อนาที ทำให้นักดนตรีเล่นได้ยาก จึงถูกปรับลดจังหวะลงมาและนำมาผสมผสานกันจนเกิดเป็นจังหวะควิกสเตปขึ้น และเริ่มแพร่หลายประมาณปี ค.ศ.1928 เป็นต้นมา

ประเภทลาตินอเมริกัน

จังหวะแซมบ้า Samba

มีต้นแบบมาจากแถบแอฟริกา แต่ถูกพัฒนาจนเป็นที่นิยมในประเทศบราซิล ซึ่งจังหวะแซมบ้าได้ถูกยอมรับให้เป็นจังหวะที่สามารถเข้าแข่งขันในมหกรรมการแสดงระดับโลกที่นิวยอร์คได้ เมื่อปี ค.ศ.1939 และอีกสิบปีต่อมาจังหวะแซมบ้าก็ถูกยอมรับกันอย่างแพร่หลายในปี ค.ศ.1948 ถึง – ค.ศ.1949

จังหวะรุมบ้า Rumba

ถูกนำเข้าไปยังประเทศอเมริกาโดยทาสชาวแอฟริกัน และถูกพัฒนาต่อจนกระทั่งมีตำราการเต้นรำเกิดขึ้น ซึ่งตำราเล่มนั้นเป็นที่แพร่หลายทำให้จังหวะรุมบ้าได้รับการยอมรับในที่สุด

จังหวะแมมโบ้ Mambo

เป็นจังหวะที่ตั้งขึ้นจากชื่อของหมอผีในประเทศเฮติ เป็นการผสมผสานการเต้นในแบบ แอฟริกัน-คิวบัน และนิยมเต้นกันในคิวบา โดยเริ่มแพร่หลายเมื่อ เปเรซ ปราโด Perez Prado นักดนตรีชาวคิวบา นำเอาจังหวะนี้มาเล่นในประเทศเม็กซิโก และได้รับการบันทึกเป็นแผ่นเสียง ในปี ค.ศ.1951 จนถูกเรียกว่าเป็น ราชาแห่งแมมโบ้ Mambo King

จังหวะ ชะ ชะ ช่า Cha Cha Cha

ถูกพัฒนามาจากจังหวะแมมโบ้ Mambo ซึ่งตั้งขึ้นจากการเลียนเสียงรองเท้ากระทบพื้นขณะเต้นรำ โดยถูกพบเห็นครั้งแรกที่ประเทศอเมริกา และแพร่หลายไปยังแถบยุโรป จากนั้นก็ได้รับความนิยมอย่างจริงจังในช่วงปี ค.ศ.1956 ก่อนที่จะถูกตัดทอนชื่อลงเป็น ชาช่า Cha Cha แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังคงเคยชินกับ ชะ ชะ ช่า Cha Cha Cha มากกว่า

จังหวะไจว์ฟ Jive

กำเนิดขึ้นในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ราวปี ค.ศ.1940 (พ.ศ.2483) เป็นจังหวะเต้นรำในแบบที่เน้นจังหวะจะโคน และการสวิง โดยถูกดัดแปลงมาจากดนตรีในหลายจังหวะ ทั้ง ร็อกแอนด์โรล แอฟริกัน และ อเมริกันสวิง เป็นต้น ซึ่งในการเต้นนั้นจะเน้นการดีด สะบัด และเตะปลายเท้า ซึ่งต้องใช้ความสนุกสนานในการเต้นและใช้พลังสูง

จังหวะปาโซโดเบล Pasodoble

เป็นดนตรีที่มีจังหวะ 2/4 คล้ายเพลงมาร์ชของสเปน ใช้ในช่วงพิธีกรรมที่นักสู้วัวกระทิงกำลังเดินลงสู่สนาม และขณะกำลังจะฆ่ากระทิง ก่อนจะพัฒนามาเป็นจังหวะเต้นรำ โดยฝ่ายชายจะเปรียบเสมือนนักสู้วัวกระทิงที่จะบังคับร่างของคู่เต้น ซึ่งเป็นเสมือนผ้าสีแดง ให้แกว่งไปมาในลักษณะเดียวกับกำลังสะบัดผ้า เพื่อยั่ววัวกระทิง และจะเต้นโดยการย้ำส้นเท้านำเป็นจังหวะอย่างเร็ว ไม่ค่อยใช้สะโพกเคลื่อนไหวเท่าไหร่นัก