มวยไทย มรดกของความเป็นไทย

ประวัติความเป็นมาของ มวยไทย เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของคนไทย ที่ได้สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน เป็นทั้งการต่อสู้ป้องกันตัวและกีฬา แต่ไม่มีหลักฐานปรากฎแน่ชัดว่า เกิดขึ้นครั้งแรกในสมัยใด แต่ก็ยังถือว่ามวยไทยเป็นศิลปะการต่อสู้ของไทยเช่นเดียวกับกังฟูของจีน ยูโดและคาราเต้ของญี่ปุ่น และเทควันโดของเกาหลี

มวยไทย

1 สมัยอยุธยา สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือพระเจ้าเสือ โปรดการชกมวยมากจนทรงปลอมพระองค์มาชกมวยกับชาวบ้าน และชนะคู่ต่อสู้ถึง 3 คน ดังที่สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ระบุไว้ในหนังสือ ศิลปะมวยไทยว่า พระเจ้าเสือได้ปลอมแปลงพระองค์เป็นสามัญชน มาชกมวยกับนักมวยฝีมือดีของเมืองวิเศษไชยชาญ และสามารถชกชนะนักมวยเอกถึง 3 คน ได้แก่ นายกลาง หมัดตาย นายใหญ่ หมัดเหล็ก และนายเล็ก หมัดหนัก โดยทั้ง 3 คน ได้รับความพ่ายแพ้อย่างบอบช้ำจากฝีมือการชกมวยไทยของพระองค์

เมื่อพระมหากษัตริย์โปรดการชกมวยไทยเช่นนี้ ทำให้มีการฝึกมวยไทยกันอย่างแพร่หลายในราชสำนัก และขยายไปสู่บ้านและวัด โดยเฉพาะวัด ถือเป็นแหล่งประสิทธิ์ประสาทวิชามวยไทยเป็นอย่างดี เพราะขุนศึกเมื่อมีอายุมากมักบวชเป็นพระ และสอนวิชาการต่อสู้ให้แก่ลูกศิษย์ที่ดี หรือมีความกตัญญูรู้คุณ โดยเฉพาะนักมวยเด่นในยุคหลังๆ ก็เกิดจากการฝึกฝนกับพระสงฆ์ในวัดแทบทั้งสิ้น ด้วยเหตุนี้การฝึกมวยไทยจึงแพร่หลาย และขยายวงกว้างไปสู่สามัญชนมากยิ่งขึ้น

2 นักมวยที่มีฝีมือดีมีโอกาสเข้ารับราชการให้ก้าวหน้าได้ โดยเฉพาะการเป็นทหารในส่วนราชการที่เรียกว่า ทนายเลือก ซึ่งเป็นกรมที่ดูแลนักมวย ที่มีหน้าที่พิทักษ์รักษาความปลอดภัยให้แก่พระมหากษัตริย์

3 เมื่อครั้งที่นายขนมต้มถูกจับเป็นเชลย และถูกกวาดต้อนไปอยู่ที่กรุงอังวะ ประเทศพม่า เมื่อ พ.ศ. 2310 พม่าได้จัดให้มีการฉลองชัยชนะ ในการทำสงครามกับไทย และสุกี้พระนายกองได้คัดเลือกนายขนมต้มให้ขึ้นชกกับนักมวยพม่า นายขนมต้มสามารถชกชนะนักมวยพม่าได้ถึง 10 คน ดังที่ รังสฤษฎิ์ บุญชลอ กล่าวไว้ว่า “พม่าแพ้แก่นายขนมต้มหมดทุกคนจนถึงกับพระเจ้ากรุงอังวะตรัสชมเชยว่า คนไทยถึงแม้จะไม่มีอาวุธในมือ มีเพียงมือเปล่า 2 ข้าง ก็ยังมีพิษสงรอบตัว” แสดงให้เห็นว่านักมวยไทยมีฝีมือเป็นที่เลื่องลือ

4 ในสมัยที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงเป็นเจ้าเมืองตาก ได้มีทหารเอกคู่ใจที่มีความสามารถด้านมวยไทยมาก และอยู่ในชั้นแนวหน้าของทนายเลือก ชื่อว่า นายทองดี ฟันขาว หรือจ้อย ชาวเมืองพิชัย ซึ่งต่อมาได้เป็น พระยาพิชัยดาบหัก เจ้าเมืองพิชัย

ต้นกำเนิดการแข่งขัน กีฬาว่ายน้ำ Swimming

กีฬาว่ายน้ำ Swimming เป็นกีฬาค่อนข้างได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปรเทศไทย เนื่องเป็นประเทศที่มีอากาศร้อน ๆ จึงทำให้กีฬาชนิดนี้ตอบโจทย์กับสภาพอากาศได้เป็นอย่างดี
สามารถช่วยให้คลายร้อนได้

Swimming

 

ประวัติของกีฬาว่ายน้ำ Swimming เริ่มมีการแข่งขันครั้งแรก พ.ศ. 2416 หรือในปี ค.ศ. 1873 ที่วูลิช บาร์ท ใกล้กับกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยกติกาการแข่งขันจะว่ายแบบใดก็ได้ ขอให้ว่ายไปถึงเส้นชัยก่อนเป็นพอ และหลังจากการแข่งขันครั้งนี้จบลง ประชาชนก็สนใจกีฬาว่ายน้ำมากขึ้น จนในที่สุด ก็ได้ถูกบรรจุในการแข่งขันโอลิมปิกครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. 2436 หรือช่วง ปี ค.ศ. 1893 จนถึงทุกวันนี้

สำหรับกีฬาว่ายน้ำในประเทศไทย มีการจดทะเบียนสมาคมว่ายน้ำสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ต่อกรมตำรวจเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2502 โดยมี พล.ร.ท.สวัสดิ์ ภูติอนันต์ เป็นนายกสมาคมฯ คนแรก ก่อนที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกของสหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติ ปี 2504

ในปี 2548 สมาคมว่ายน้ำสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็น สมาคมว่ายน้ำแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนกีฬาทางน้ำหลายชนิดทั้งว่ายน้ำ, กระโดดน้ำ, โปโลน้ำ และระบำใต้น้ำ

ส่วนการแข่งขันกีฬาว่ายน้ำในปัจจุบัน มีการแข่งขันกันหลากหลายประเภท แยกประเภทการแข่งขันจากท่าการว่าย, ระยะทาง, การว่ายคนเดียวหรือการว่ายเป็นทีม ว่ายผลัด ด้วยเหตุนี้เอง จึงสามารถกระจายการชิงเหรียญทองในการแข่งขันไปได้มาก อย่างโอลิมปิก 2012 ครั้งล่าสุด มีการชิงเหรียญทองกันถึง 34 เหรียญกันเลยทีเดียว

มีกติกา จะกำหนดเสียก่อนว่า การแข่งขันแบบนี้จะว่ายด้วยท่าอะไร และมีระยะทางเท่าใด ซึ่งผู้เข้าแข่งขันก็จะต้องว่ายตามที่กำหนดไว้ ใครเข้าเส้นชัยได้เป็นคนแรกจะเป็นผู้ชนะ เช่น การแข่งขันฟรีสไตล์ 100 เมตร ผู้เข้าแข่งขันจะต้องว่ายด้วยท่าฟรีสไตล์ ในระยะทาง 100 เมตร แต่ว่า ระยะทางที่ยาวที่สุดของสระว่ายน้ำ คือ 50 เมตร ฉะนั้น ผู้แข่งขันจึงต้องว่ายกลับตัว 1 ครั้ง เป็นการว่ายไปกลับ 1 รอบ จึงจะได้ระยะทาง 100 เมตร

เรื่องการปล่อยตัวก่อนการว่าย กรรมการจะเป่าเสียงนกหวีดยาว เพื่อให้นักว่ายน้ำขึ้นบนแท่นกระโดด ต่อมาเมื่อกรรมการจะบอกว่า “เข้าที่” ผู้แข่งขันจึงก้าวไปยืนที่ปลายแท่นกระโดด รอกรรมการให้สัญญาณปล่อยตัวเป็นเสียงปืน ออด หรือนกหวีด จึงสามารถปล่อยตัวได้ อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในท่าว่ายกรรเชียงกับท่าผลัดผสม จะไม่ปล่อยตัวจากแท่น แต่จะปล่อยตัวจากสระว่ายน้ำแทน

สำหรับการว่ายผลัด ผู้แข่งขันกระโดดลงสระหลังจากที่เพื่อนร่วมทีมจะว่ายแตะขอบสระไปแล้วเท่านั้น หากเพื่อนร่วมทีมยังไม่แตะขอบสระ แล้วกระโดดลงไป จะถูกปรับแพ้ทันที

ประโยชน์ของกีฬาว่ายน้ำ

– ช่วยทำให้สุขภาพแข็งแรง กล่าวคือ การว่ายน้ำก็เปรียบเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง ทำให้สุขภาพแข็งแรง มีโอกาสเจ็บป่วยยากขึ้น

– ช่วยรักษาความปลอดภัยของชีวิต กล่าวคือ กีฬาว่ายน้ำสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ด้วย เช่น ช่วยเหลือคนที่จมน้ำ หรือช่วยเหลือตัวเองในขณะที่ตกน้ำ เป็นต้น

– ทำให้รู้สึกสดชื่น-คลายเครียด กล่าวคือ การว่ายน้ำเป็นกีฬาที่อยู่กับน้ำทั้งร่างกาย จะช่วยให้ร่างกายมีความสดชื่น ส่งผลให้คลายเครียดจากปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้

แม้ว่ากีฬาว่ายน้ำจะไม่ได้เป็นกีฬาแบบเผชิญหน้าเหมือนกีฬาชนิดอื่น แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันนั่นก็คือ ความตื่นเต้นเร้าใจในการแข่งขัน ไม่แพ้กีฬาชนิดอื่นอย่างแน่นอน

ประวัติแชร์บอล กีฬาที่นิยมใช้ออกกำลังกาย

แชร์บอล นับได้ว่าเป็นกีฬาอีกป ระเภทหนึ่งที่นิยมนำมาใช้ในการออกกำลังกายได้อย่างดี เนื่องจากสามารถเล่นบนพื้นที่จำกัดและเล่นได้ทั้งในร่มและกลางแจ้ง และมีกฎกติกาการแข่งก็ไม่ยุ่งยาก ไม่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย อุปกรณ์ก็มีราคาถูกและหาได้ง่าย และที่สำคัญยังสามารถเล่นได้ทุกเพศ ทุกวัย ดังนั้น เราจึงเห็นได้ว่า กีฬาแชร์บอล นิยมเล่นและจัดแข่งขันกันในระดับโรงเรียน และหน่วยงานต่าง ๆ อย่างแพร่หลาย

 

กีฬาแชร์บอล

 

กีฬาแชร์บอลไม่มีหลักฐานที่ปารกฎชัดเจนว่ามีกำเนิดหรือเล่นกันมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ยังไงแล้ว ตั้งแต่ในอดีต กีฬาแชร์บอลเป็นเกมกีฬาที่มุ่งเน้นการปลูกฝัง หรือเป็นการปูพื้นฐานการเล่นกีฬาจำพวกบาสเกตบอล แฮนด์บอล หรือกีฬาประเภทอื่น ๆ โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีทักษะด้านการเคลื่อนไหว รวมถึงทักษะการฝึกฝนเบื้องต้นด้านต่าง ๆ เพื่อเป็นการฝึกความพร้อมของร่างกายและจิตใจ

ส่วนระเบียบการเล่น หรือ กติกาแชร์บอล ในตอนแรกยังไม่มีระบุขึ้นมาตายตัว เพียงแต่ยึดถือกติกาบาสเกตบอลในบางส่วนมาใช้ โดยการอนุโลมให้เหมาะสมเท่านั้น จากหลักฐานที่ปรากฏผู้ที่คิดค้นกีฬาแชร์บอลขึ้นมาเล่นคือ พันเอกมงคล พรหมสาขา ณ สกลนคร และได้มีการพัฒนาอย่างแพร่หลาย เนื่องจากแชร์บอลเป็นกีฬาที่เล่นง่าย เพราะไม่จำกัดเพศของผู้เล่น คือ อาจจะเล่นรวมทั้งชายและหญิงผสมกัน และสถานที่ สามารถเล่นได้กับทุกสนามไม่ว่าจะเป็น สนามหญ้า พื้นดิน พื้นซีเมนต์ พื้นไม้ ฯลฯ ส่วนลูกบอลที่ใช้จะใช้ลูกเนตบอล หรือลูกวอลเลย์บอล ถ้าไม่มีก็ใช้วัสดุอื่นแทนได้ เช่น ม้วนผ้าเป็นลักษณะกลม ๆ ก็สามารถเล่นได้ ส่วนภาชนะที่ใช่รับลูกบอลนอกจากตะกร้ายังสามารถใช้อย่างอื่นที่ใส่ลูกได้

โดยจุดประสงค์ของกีฬาแชร์บอล คือ ผู้เล่นแต่ละฝ่ายช่วยกันรับส่งลูกบอลให้ผู้เล่นฝ่ายเดียวกัน นำลูกบอลผ่านฝ่ายตรงข้ามโยนลงไปในตะกร้าของฝ่ายตนเองที่ยืนรอรับอยู่ข้างหน้า(ด้านหลังของฝ่ายตรงข้าม) โดยโยนให้เข้าตะกร้าให้มากที่สุด และในทางตรงกันข้ามอีกฝ่ายก็จะต้องป้องกันไม่ให้ลูกบอลส่งข้ามไปเข้าตะกร้าเช่นกัน

ปัจจุบันกีฬาแชร์บอลเป็นกีฬาที่นิยมเล่นกันอย่างแพร่หลาย ไม่เพียงแต่เล่นหรือแข่งขันภายในโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาเท่านั้น หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐบาลและเอกชนต่างก็ให้ความสนใจนิยมเล่นกัน และมีการแข่งขันทั้งภายในหน่วยงานหรือระหว่างหน่วยงาน เนื่องจากกีฬาแชร์บอลเป็นสื่ออย่างหนึ่งที่จะช่วยให้เชื่อมความสามัคคีระหว่างกันได้เป็นอย่างดี

ประวัติกีฬาเอเชียนเกมส์ กีฬาโบว์ลิ่ง

โบว์ลิ่ง เป็นกีฬาในร่มชนิดหนึ่ง ที่มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานมาก ถูกค้นพบโดยนักโบราณคดีพบในหลุมฝังศพของเด็กชาวอียิปต์ เชื่อได้ว่าเมื่อประมาณ 5,200 ปีก่อนคริสต์ศักราช และ ได้มี การละเล่นที่ใช้ก้อนหินกลมๆ กลิ้งไปโดนสิ่งหนึ่งที่ทำด้วยไม้ ให้ล้มลง ซึ่งคล้ายกับการเล่นโบว์ลิ่งในปัจจุบันแต่ในสมัยนั้นจะเล่นกันกลางแจ้ง

การละเล่นที่ใช้ก้อนหินกลมๆ

ซึ่งในยุคสมัยเดียวกันได้มีหลักฐานที่แสดงว่าชาว Polynesian ได้มีการเล่นเกมชนิดหนึ่ง โดยมี การละเล่นที่ใช้ก้อนหินกลมๆ กลิ้งไปให้โดนวัตถุซึ่งวางอยู่ห่างออกไปเป็นระยะทาง 60 ฟุต ซึ่งเป็นระยะทางที่เท่ากับระยะทางจาก foul line ไปถึง headpin ในปัจจุบัน

นอกจากนั้น ยังมีหลักฐานปรากฏขึ้นที่เกี่ยวข้องกับ โบว์ลิ่งคือ นักประวัติศาสตร์ชาวเยอรมันเชื่อว่า ในเยอรมันได้มีการเริ่มเล่นโบว์ลิ่งในช่วงคริสต์ศักราช 300 โดยเป็นส่วนหนึ่งในพิธีการทางศาสนา ผู้เล่นจะโยนบอลให้กลิ้งไประหว่างทางเดินในโบสถ์เพื่อให้โดนเป้า เพื่อใช้เป็นการเสี่ยงทายบางอย่าง

ได้มีหลักฐานที่ชัดเจนว่าช่วงคริสต์ศักราช 1366 โบว์ลิ่งได้เป็นที่นิยมเล่นกันแพร่หลายมากในอังกฤษ แต่กษัตริย์ Edward ที่ 3 ซึ่งครองราชในช่วงปีคริสต์ศักราช 1327-1377 และกษัตริย์ Richard ที่ 2 ซึ่งครองราชในช่วงปีคริสต์ศักราช 1377-1399 ทั้งสองพระองค์ได้ทรงเห็นว่าประชาชนและทหารไม่ได้เห็นความสำคัญของกีฬายิงธนู จึงทรงออกกฏห้ามเล่นโบว์ลิ่ง เพื่อให้ประชาชนและทหารหันกลับมาสนใจกีฬายิงธนูเหมือนเดิม แต่อย่างไรก็ตามโบว์ลิ่งก็กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งในสมัย กษัตริย์ Henry ที่ 8

โบว์ลิ่งได้เข้าสู่สหรัฐอเมริกา ในศตวรรษที่ 17 โดยชาวดัชที่อพยพจากฮอลแลนด์เป็นผู้นำเข้าไป พินที่ใช้จะมีทั้งหมด 9 พินวางเรียงกันเป็นรูปสามเหลี่ยมและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ในปี 1840 ได้มีการเริ่มนำโบว์ลิ่งมาเล่นกันเป็นกีฬาในร่ม ต่อมาในปี 1841 มลรัฐ Connecticut ได้สั่งห้ามการเล่นโบว์ลิ่ง 9 พิน อย่างเด็ดขาดเพราะถือเป็นการเล่นการพนัน ซึ่งรัฐอื่นก็ถือปฏิบัติตามด้วย ทำใหโบว์ลิ่ง 9 พินเริ่มเสื่อมความนิยมลง หลังจากนั้นได้มีการคิดค้นโบว์ลิ่ง 10 พินขึ้นซึ่งทำให้สามารถเล่นกันได้อย่างถูกกฏหมายได้ในหลายมลรัฐเช่น New York,Ohio และ Illinois แต่อย่างไรก็ตามขนาดของพินและน้ำหนักของบอลก็ยังคงมีความแตกต่างกัน

ปี 1875 ได้มีการประชุมโดยสโมสรต่างๆ จำนวน 11 สโมสร ที่ตั้งอยู่ในมลรัฐ New York เพื่อกำหนดมาตรฐานของอุปกรณ์การเล่น และกฏกติกาการแล่น แต่ยังไม่มีการกำหนดมาตรฐานความกว้างของเลนและขนาดของพิน

การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อเจ้าของภัตาคารชื่อ Joe Thum ได้เป็นตัวแทนเพื่อประสานความร่วมมือกับสโมสรโบว์ลิ่งในเขตต่างๆ ซึ่งทำให้เกิดการก่อตั้ง The American Bowling Congress (ABC) ขึ้นเมื่อวันที่ 9 กันยายน 1895 ที่ Beethoven Hall ในเมือง New York หลังจากนั้นจึงมีการกำหนดมาตรฐานและกฏเกณฑ์ต่างๆ เพื่อให้ถือปฏิบัติให้เหมือนกันขึ้นคือกำหนดให้คะแนนสูงสุดอยู่ที่ 300 ระยะห่างระหว่างพินคือ 12 นิ้ว

ปี 1905 เป็นครั้งแรกที่ได้มีการผลิต rubber ball น้ำหนักสูงสุดคือ 16 pounds ซึ่งก่อนหน้านั้นจะเป็น ball แบบ lignum vitae ทั้งหมด

ปี 1906 Brunswick-Balke-Collender ได้เปิดโรงงานเพื่อผลิตลูกโบว์ลิ่งที่ทำด้วยไม้

ปี 1917 The Woman’s International Congress ได้กำเนิดขึ้นที่เมือง St. Louis

ปี 1948 Brunswick ได้กำหนดให้มี dot และ arrow ขึ้นในเลนเพื่อช่วยให้เกิดความแม่นยำแก่ผู้เล่นมากขึ้น

ปี 1958 ได้มีการก่อตั้ง The Professional Bowlers Association (PBA) ขึ้นโดย Eddie Elias…

เซปักตะกร้อ เป็นกีฬาความหวังเหรียญทองของประเทศไทยในการแข่งขันกีฬาระดับภูมิภาค หรือทวีปเอเชียอย่างซีเกมส์ และเอเชี่ยนเกมส์ มาอย่างยาวนาน
เป็น กีฬาพื้นเมืองของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เซปักตะกร้อแตกต่างจากกีฬาที่คล้ายกันของฟุตวอลเลย์ โดยใช้ลูกที่ทำจากหวายและอนุญาตให้ผู้เล่นใช้เท้า, เข่า, หน้าอก และศีรษะเพื่อสัมผัสลูก

กีฬาพื้นเมืองของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

กีฬาเซปักตะกร้อ หรือ ตะกร้อ ยังไม่มีหลักฐานระบุที่แน่ชัดว่ามีจุดกำเนิดจากประเทศใด เพราะประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่าง ไทย มาเลเซีย พม่า ฟิลิปปินส์ ต่างคนต่างบอกว่าตนเองเป็นต้นกำเนิดขึ้นมาทั้งนั้น แต่สำหรับของไทย มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา นิยมเล่นกันบนลานกว้าง ไม่จำกัดจำนวนผู้เล่น และลูกตะกร้อทำมาจากหวาย หรือบางทีก็มีเตะตะกร้อลอดห่วง

สำหรับตะกร้อแบบข้ามตาข่ายในปัจจุบัน ที่มีการเล่นฝั่งละ 3 คน นำมาจากประเทศมาเลเซีย คือ เซปัก รากา จาริง หรือ เซปักตะกร้อ ซึ่งดัดแปลงมาจากวอลเลย์บอล และย่อสนามให้เล็กลง โดยที่เริ่มเผยแพร่ในประเทศไทยประมาณเดือนมีนาคม – เมษายน พ.ศ. 2508 ในงานกีฬาไทย

กีฬากระโดดไกล Long jump

กีฬากระโดดไกล(Long jump) คือ การกระโดดออกจากจุดกระโดดไปให้ไกลที่สุดด้วยความเร็วและความ

กีฬากระโดดไกล อย่างมีจังหวะพอดี ซึ่งเป็น การเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องสัมพันธ์กันตั้งแต่เริ่มวิ่งก้าวแรกจนถึงลงสู่พื้น

เทคนิคการกระโดดไกล

การกระโดดไกลแบ่งออกเป็นสี่องค์ประกอบใหญ่ๆ คือ ช่วงวิ่ง ช่วงกระโดด ช่วงลอยตัว และช่วงลงพื้น

ในช่วงวิ่ง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความคงเส้นคงวา คุณต้องฝึกให้โดดออกจากแผ่นบอร์ดในตำแหน่งเดิมทุกครั้งที่คุณกระโดด และสิ่งสำคัญอันดับสองคือความเร็ว คุณต้องพยายามเร่งความเร็วตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนเมื่อถึงจุดสิ้นสุดหรือตรงแผ่นบอร์ดนั้น
ความเร็วของคุณต้องสูงที่สุดแล้ว หมายความว่าแรงเคลื่อนที่ต้องเร็วขึ้นเรื่อยๆอย่างคงที่ ต้องมีพละกำลังอย่างมากในการที่จะเปลี่ยนความเร็วในการวิ่งมาเป็นพลังในการกระโดด

ในช่วงกระโดด มันสำคัญมากที่คุณจะต้องกระโดดออกจากแผ่นบอร์ดพอดี แต่ก่อนจะถึงจุดนี้ เป็นเป็นช่วงที่เราเรียกว่า “Amortization Phase” คือเป็นช่วงที่คุณต้องย่อสะโพกลงนิดหน่อยเพื่อเปลี่ยนความเร็วจากการวิ่งให้เป็นพลังที่จะดีดตัวขึ้นไปในช่วงกะโดด พอถึงจุดนี้
ต้องเอาขาข้างที่ไม่ได้ใช้กระโดด (Free Knee, None Take-off Leg) กวาดมาไว้ข้างหน้า เพื่อช่วยเปลี่ยนแรงกระโดดจากแนวตั้งมาเป็นแนวนอน

ในช่วงลอยตัว นักกีฬาแต่ละคนก็มีเทคนิคที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งหลักๆก็จะมี เทคนิคที่เรียกว่า Hang นักกีฬาจะคงลักษณะเหมือนถูก “แขวน” อยู่กลางอากาศ เทคนิค Sail คือเทคนิคที่แปลได้ตรงตัวเลย
คือนักกีฬาจะเหมือน “ล่อง” ไปกลางอากาศโดยเอาสะโพกนำไปก่อน หรือเทคนิค Hitch Kick
ซึ่งนักกีฬาจะทำท่าแกว่งขาเหมือนวิ่งอยู่กลางอากาศ จริงๆแล้วขั้นตอนที่อยู่กลางอากาศนี้ทางเทคนิค เป็นขึ้นตอนที่สำคัญน้อยที่สุด เพราะคุณอยู่กลางอากาศแล้ว คุณก็แค่ต้องพยายามที่จะลอยตัวอยู่ให้ได้นานที่สุด

ช่วงลงพื้นนี้เป็นช่วงที่สำคัญต่อการตัดสินแพ้ชนะได้ เพราะคุณอาจทำความยาวได้อีกครึ่งเมตรถึงหนึ่งเมตร ขั้นตอนนี้เป็นช่วงการเหยียดขา (Leg Shoot) จะเป็นประโยชน์ ในช่วงนี้คุณต้องงอปลายเท้าเข้าหาตัว เอาศีรษะเอนเข้าหาเข่า จากนั้นขณะที่ลงสู่พื้นทราย พยายามดึงลำตัวของคุณเข้าหาส้นเท้าให้ได้มากที่สุด สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญที่สุดและอาจจะทำให้คุณแพ้หรือชนะการแข่งกระโดดไกลได้เลยทีเดียว

 

แหล่งที่มา   sites

กีฬา เบสบอล Baseball

เบสบอล Baseball

เบสบอล Baseball ถือได้ว่าเป็นกีฬาที่มีมาค่อนข้างยาวนาน

เบสบอล Baseball แม้ว่าในเมืองไทยเองอาจจะไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไหร่นัก แต่สำหรับทั่วโลกหลายๆ ประเทศเบสบอลถือว่าเป็นกีฬายอดนิยมถึงขนาดว่ามีการจัดตั้งเป็นลีกขึ้นมาเลยทีเดียว
โดยประเทศที่ถือว่ากีฬาเบสบอลเป็นกีฬาที่พวกเขานิยม อาทิ สหรัฐฯ, ญี่ปุ่น, เกาหลี, ออสเตรเลีย เป็นต้น ลิ้งก์ดูบอล ถือว่าเป็นกีฬาอีกประเภทที่มีความสนุกสนานไม่แพ้กีฬาประเภทอื่นๆ เลยทีเดียว และยังเป็นกีฬาที่ต้องอาศัยความสามารถเฉพาะตัวบวกกับความสามัคคีกันภายในทีมด้วย

กีฬาเบสบอลนั้นเชื่อว่ามีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2430 ในอดีตถือว่าเป็นกีฬาในร่มประเภทหนึ่ง เกิดขึ้นครั้งแรกที่เมืองชิคาโก สหรัฐฯ
กติกาการเล่นจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ข้าง ผู้เล่นที่เล่นเกมรับจะถูกเรียกว่า ผู้ขว้าง หรือ พิทเชอร์ จะทำการขว้างลูกเบสบอลด้วยขนาดที่พอดีมือเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 นิ้ว ให้กับผู้เล่นอีกฝ่ายที่กำลังเล่นเกมรุก
ที่เรียกว่า ผู้ตี หรือ แบตเตอร์ ผู้เล่นเกมรุกจะทำการตีด้วยไม้เบสบอล โดยเป็นอุปกรณ์ที่ทำได้จากไม้หรืออลูมีเนียม ส่วนในด้านของการให้คะแนนกีฬาเบสบอล จะเกิดจากการที่แบตเตอร์วิ่งไปสัมผัสกับ ลิ้งก์ดูเบสบอล เบส หรือฐาน
โดยจะถูกวางเรียงอยู่ตามจุดต่างๆ ทั้งหมด 4 จุด ต้องวิ่งตั้งแต่เบสแรกไปจนถึงเบสสุดท้ายที่เรียกว่า โฮมเพลท และยังมีอีกกรณีหนึ่งที่คนตีนั้นสามารถตีลูกเบสบอลได้ไกลออกไปเกินกว่าระยะที่จะสามารถเก็บได้จะถูกเรียกว่า โฮมรัน ทำให้ได้แต้มไปอีก 1 คะแนน

อันที่จริงแล้วมันมีปัจจัยหลายๆ ด้านที่ทำให้กีฬาเบสบอลเองไม่ค่อยได้รับความนิยมในเมืองไทย ทั้งในเรื่องของอุปกรณ์ที่ค่อนข้างจะมีราคาแพง
เนื่องจากต้องมีทั้งอุปกรณ์ในการเอาไว้เล่น อุปกรณ์สำหรับป้องกันตัว ไม่มีพื้นที่ในการเล่น เพราะเบสบอลจำเป็นต้องใช้พื้นที่ค่อนข้างเยอะจากการตีลูก ซึ่งในเมืองไทยเองสนามเบสบอลที่ได้มาตรฐานก็ถือว่ามีน้อยมาก
อีกทั้งคนไทยไม่ค่อยให้ความสนใจกับกีฬาเบสบอลที่มีมาจากต่างประเทศด้วย ทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็เลยพอสรุปได้ว่านี่คือเหตุผลที่คนไทยไม่ค่อยนิยมเล่นกันอย่างที่ประเทศอื่นๆ เขาเล่นกัน

กติกาของกีฬาเบสบอล
หลายคนอาจเคยเห็นในหนังต่างประเทศเกี่ยวกับกีฬาเบสบอลหลายเรื่อง บางคนก็เข้าใจในกฎบ้างบางคนก็อาจจะไม่เข้าใจ เราจะมาแถลงไขให้ฟังในวันนี้
กีฬาเบสบอลมีมาตั้งแต่สมัย พ.ศ.2430 ซึ่งเป็นกีฬาตีเบสบอลในร่ม โดยเล่นและเกิดขึ้นครั้งแรกในเมืองชิคาโก สหรัฐอเมริกา ในปี พ.ศ. 2535 ก็ได้มาก่อตั้งเป็นสมาคมเบสบอลมือสมัครเล่นแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 23 มกราคม โดยมีกติกาการเล่นดังนี้

สามารถโยนลูกบอลด้วยสองมือหรือมือข้างเดียวก็ได้
ฝ่ายตีลูกสามารถตีลูกด้วยมือเดียวหรือสองมือก็ได้แล้วแต่ถนัดแต่ห้ามใช้กำปั้นตี
การถือบอลนั้นห้ามวิ่งอย่างเด็ดขาดต้องโยนจากจุดที่ยืน และผู้เล่นสามารถวิ่งมารับลูกบอลได้

การถือลูกบอลนั้นห้ามดึงลูกบอลเด็กขาด ต้องถือด้วยมือ แขน และลำตัว ได้
ห้ามใช้ไหล่ดัน ผลัก ตบ ตี เตะ ฝ่ายตรงข้าม หากเกิดเหตุการณ์ข้างต้องให้ถือเป็นการฟาร์ว ถ้าเกิดทำอีกถือว่าเป็นการฟาร์วเสียสิทธิ์

การฟาร์วนั้นเป็นการกระแทกลูกด้วยกำปั้นและการผิดระเบียบกฎกติกาข้อที่ 3 -5
หากผู้เล่นฝ่ายเดียวกันทำฟาร์วติดต่อกันถึง 3 ครั้งให้นับคะแนนให้ฝ่ายตรงข้ามเลย
เวลาในการแข่งขัน แบ่งเป็น 2 ครึ่ง ครึ่งละ 15 นาที พัก 5 นาที เมื่อจบเกมฝ่ายที่ทำคะแนนได้มากกว่าจะเป็นฝ่ายชนะ ในกรณีที่คะแนนทั้งสองฝ่ายเท่ากันให้หัวหน้าของทั้ง 2 ฝ่ายมาตกลงกันเพื่อแข่งขันต่อ
การแข่งขันนั้นผู้เล่นแต่ละทีมต้องมีทีมละ 9 คนอยู่ภายใต้การความคุมของผู้จัดการทีม

ศัพท์เทคนิคของกีฬาเบสบอล

  • walk คือ การที่ Pitcher ขว้างบอลเสียสี่ครั้งติดต่อกัน และทำให้ Batter สามารถขึ้นเบสได้เลยทันที
  • Count คือ สถิติการขว้างบอลในการแข่ง ซึ่งจะนับบอลจำนวนบอลเสียและต่อด้วยจำนวน Stirk เช่น 1-2 จะหมายความว่ามีบอลเสีย 1 ครั้งและสไตร์ค 2 ครั้ง
  • Run คือ หน่วยของการนับแต้มของเบสบอล เมื่อผู้ตีวิ่งจนครบทุกเบสแล้วจะถือเป็น 1 Run
  • Run base in หรือ RBI หมายถึง จำนวนคะแนนที่ Batter สามารถตีลูกเพื่อทำคะแนนได้สำเร็จในการตีหนึ่งครั้ง
  • Hit หมายถึง การที่ผู้เล่นตีบอลออกไปแล้วสามารถวิ่งขึ้นไปบนเบสได้สำเร็จ
  • Base load หรือ Full base load คือ การที่เบสทั้ง 3 เบสมี Runner ยืนอยู่บนเบสครบทั้ง 3 เบส
  • Runner at Conners คือ การที่มี Runner ยืนอยู่บนเบสแรกและเบสที่ 3
  • Bunt คือ ลักษณะที่ Batterจับไม้แค่ให้โดนบอลโดยที่ไม่ได้ทำการเหวี่ยงไม้ตีบอลออกไป
  • Squeez คือ ลักษณะที่ Batter ทำ Bunt เพื่อให้ Runner บนเบสสุดท้ายทำ Run ได้สำเร็จนั่นเอง

ประวัติปิงปอง กีฬาเทเบิลเทนนิส

กีฬาปิงปอง

กีฬาปิงปอง เป็นกีฬาสันทนาการอีกชนิดหนึ่งที่สามารถเล่นเพื่อสร้างความสนุกสนานในหมู่คณะ

กีฬาปิงปอง เป็นกีฬาที่มีความท้าทายที่ผู้เล่นต้องอาศัยไหวพริบ และความคล่องแคล่วของร่างกายในการรับ-ส่งลูก

ปิงปองได้เริ่มขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1890 (พ.ศ. 2433) ที่ประเทศอังกฤษ โดยในอดีตอุปกรณ์ที่ใช้เล่นปิงปองเป็นไม้หุ้มหนังสัตว์ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับไม้ปิงปองในปัจจุบัน

ส่วนลูกที่ใช้ตีเป็นลูกเซลลูลอยด์ ซึ่งทำจากพลาสติกกึ่งสังเคราะห์ โดยเวลาที่ลูกบอลกระทบกับพื้นโต๊ะ และไม้ตีจะเกิดเสียง “ปิ๊ก-ปอก” ดังนั้น กีฬานี้จึงถูกเรียกชื่อตามเสียงที่ได้ยินว่า “ปิงปอง” (PINGPONG) และได้เริ่มแพร่หลายในกลุ่มประเทศยุโรปก่อน

ในปี ค.ศ. 1900 (พ.ศ. 2443) เริ่มปรากฏว่ามีการหันมาใช้ไม้ปิงปองติดยางเม็ดแทนหนังสัตว์ ดังนั้น วิธีการเล่นแบบรุก หรือแบบบุกโจมตี (ATTRACK หรือ OFFENSIVE) โดยใช้ท่าหน้ามือ (FOREHAND) และหลังมือ (BACKHAND) เริ่มมีบทบาทมากขึ้น และยังคงนิยมการจับแบบไม้แบบยุโรป ดังนั้น จึงถือว่ายุโรปเป็นศูนย์รวมของกีฬาปิงปองอย่างแท้จริง

ต่อมาในปี ค.ศ. 1922 (พ.ศ. 2465) ได้มีบริษัทค้าเครื่องกีฬา จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าว่า “PINGPONG” ด้วยเหตุนี้ กีฬาปิงปองจึงต้องเปลี่ยนชื่อเป็น เทเบิลเทนนิส (TABLE TENNIS)
และในปี ค.ศ. 1926 (พ.ศ. 2469) ได้มีการประชุมก่อตั้งสหพันธ์เทเบิลเทนนิสนานาชาติ (INTERNATIONAL TABLETENNIS FEDERATION : ITTF) ขึ้นที่กรุงลอนดอน ในเดือนธันวาคม พร้อมกับมีการจัดการแข่งขันเทเบิลเทนนิสแห่งโลกครั้งที่ 1 ขึ้นเป็นครั้งแรก

จากนั้นในปี ค.ศ. 1950 (พ.ศ. 2493) เป็นยุคที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้หันมาสนใจกีฬาเทเบิลเทนนิสมากขึ้น และได้มีการปรับวิธีการเล่นโดยเน้นไปที่ การตบลูกแม่นยำ และหนักหน่วง และการใช้จังหวะเต้นของปลายเท้า ต่อมาในปี ค.ศ. 1952 (พ.ศ. 2495)
ญี่ปุ่นได้เข้าร่วมการแข่งขันเทเบิลเทนนิสโลกเป็นครั้งแรก ที่กรุงบอมเบย์ ประเทศอินเดีย และในปี ค.ศ. 1953 (พ.ศ. 2496) สาธารณรัฐประชาชนจีน จึงได้เข้าร่วมการแข่งขันเป็นครั้งแรกที่กรุงบูคาเรสต์ ประเทศโรมาเนีย ทำให้จึงกีฬาเทเบิลเทนนิสกลายเป็นกีฬาระดับโลกที่แท้จริง
โดยในยุคนี้ญี่ปุ่นใช้การจับไม้แบบจับปากกา และมีการพัฒนาไม้ปิงปองโดยใช้ยางเม็ดสอดไส้ด้วยฟองน้ำ เพิ่มเติมจากยางชนิดเม็ดเดิมที่ใช้กันทั่วโลก

ละในปี ค.ศ. 1970 (พ.ศ. 2513) จึงเป็นปีของการประจันหน้าระหว่างผู้เล่นชาวยุโรป และผู้เล่นชาวเอเชีย แต่นักกีฬาของญี่ปุ่นได้แก่ตัวลงแล้ว ขณะที่นักกีฬารุ่นใหม่ของยุโรปได้เริ่มเก่งขึ้น ทำให้ยุโรปสามารถคว้าตำแหน่งชนะเลิศชายเดี่ยวของโลกไปครองได้สำเร็จ

จากนั้นในปี ค.ศ. 1971 (พ.ศ. 2514) นักเทเบิลเทนนิสชาวสวีเดน ชื่อ สเตลัง เบนค์สัน เป็นผู้เปิดศักราชใหม่ให้กับชาวยุโรป โดยในปี ค.ศ. 1973 (พ.ศ. 2516) ทีมสวีเดนสามารถคว้าแชมป์โลกได้ จึงทำให้ชาวยุโรปมีความมั่นใจในวิธีการเล่นที่ปรังปรุงมา
ดังนั้น นักกีฬาของยุโรป และนักกีฬาของเอเชีย จึงเป็นคู่แข่งที่สำคัญ ในขณะที่นักกีฬาในกลุ่มชาติอาหรับ และลาตินอเมริกา ก็เริ่มก้าวหน้ารวดเร็วขึ้น และมีการแปลกเปลี่ยนความรู้ทางด้านเทคนิค ทำให้การเล่นแบบตั้งรับ ซึ่งหายไปตั้งแต่ปี ค.ศ. 1960 (พ.ศ. 2503) เริ่มกลับมามีบทบาทอีกครั้ง
จากนั้นจึงได้เกิดการพัฒนาเทคนิคการเปลี่ยนหน้าไม้ในขณะเล่นลูก และมีการปรับปรุงหน้าไม้ซึ่งติดด้วยยางปิงปอง ที่มีความยาวของเม็ดยางมากกว่าปกติ
โดยการใช้ยางที่สามารถเปลี่ยนวิถีการหมุน และทิศทางของลูกเข้าได้ จึงนับได้ว่ากีฬาเทเบิลเทนนิสเป็นกีฬาที่แพร่หลายไปทั่วโลก โดยมีการพัฒนาอุปกรณ์ และมีวิธีการเล่นใหม่ ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา กระทั่งกีฬาเทเบิลเทนนิสได้ถูกบรรจุเป็นการแข่งขันประเภทหนึ่งในกีฬาโอลิมปิก เมื่อปี ค.ศ. 1988 (พ.ศ. 2531) ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงโซล ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี

 

แหล่งที่มา   hilight.kapook

ลีลาศ กีฬาของคนรักการเต้น.

ลีลาศ กีฬาของคนรักการเต้น ที่ได้ทั้งความสนุกและการออกกำลังกาย เพราะมีหลากหลายจังหวะด้วยกัน

ลีลาศ เป็นการเล่นกีฬาไม่ได้มีเพียงแค่การใช้พละกำลังหนัก ๆ เท่านั้น ความพริ้วไหว อ่อนช้อย ที่เกิดจากการขยับร่างกายให้เข้าจังหวะ ก็ถือเป็นกีฬาชนิดหนึ่งเช่นกัน

ประวัติ
กีฬาลีลาศ (Ballroom Dance) คือ กีฬาชนิดหนึ่งที่เน้นความสวยงามพริ้วไหวของผู้เต้น ตามจังหวะต่าง ๆ โดยถือกำเนิดขึ้นในหมู่ชนชั้นสูงฝั่งตะวันตก ที่นิยมใช้การเต้นรำเป็นกิจกรรมในงานสังคม โดยการเต้นรำแต่ละจังหวะมีต้นกำเนิดแตกต่างกัน ดังนี้

ประเภทสแตนดาร์ด

– จังหวะแทงโก้ (Tango)
แต่เดิมคือจังหวะ มิลองก้า Milonga ที่ใช้เต้นกันในโรงละครเล็ก ๆ แต่เมื่อชนชั้นสูงจากประเทศบราซิลไปพบเข้า จึงเริ่มมีการนำมาเต้นรำกันมากขึ้นและชื่อของจังหวะมิลองก้า Milinga ก็ถูกเปลี่ยนเป็นจังหวะแทงโก้ Tango ในที่สุด

– จังหวะวอลซ์ Waltz
กำเนิดขึ้นในช่วงปี ค.ศ.1910 (พ.ศ. 2453) – ค.ศ.1914 (พ.ศ. 2457) ที่บอสตันคลับ ในโรงแรมซาวอย ประเทศอังกฤษ มีชื่อเรียกว่า บอสตัน วอลซ์ Boston Waltz ก่อนที่จะเสื่อมสลายลงไป และกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยถูกดัดแปลงท่าเต้นให้เข้ากับยุคสมัย

– จังหวะควิกซ์วอลซ์ Waltz หรือ เวียนนีสวอลซ์ Viennese Waltz
ถือกำเนิดขึ้นในตอนใต้ของประเทศเยอรมนี ในช่วงยุค 60’s ซึ่งเป็นจังหวะที่ต้องใช้พลังสูง เนื่องจากเป็นจังหวะที่มีความเร็ว ถึง 60 บาร์ต่อนาที โดยเน้นที่การรักษาจังหวะให้ต่อเนื่อง เน้นการเต้นแบบอิสระ

– จังหวะฟอกซ์ทรอต Foxtrot
เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 ในทวีปยุโรป โดยนักเต้นประกอบจังหวะคนหนึ่งชื่อ แฮรี่ ฟอกซ์ Harry Fox และถูกนำมาดัดแปลงขัดเกลาโดย แฟรงค์ ฟอร์ด Frank Ford ประมาณปี ค.ศ.1922 (พ.ศ.2465) ถึง ค.ศ.1929 (พ.ศ.2472) จนเริ่มแพร่หลาย

– จังหวะควิกซ์สเตป Quick Step
เป็นจังหวะที่ถูกแตกแขนงมาจากจังหวะฟอกซ์ทรอต เนื่องจากจังหวะฟอกซ์ทรอตมีความเร็วค่อนข้างสูงถึง 50 บาร์ต่อนาที ทำให้นักดนตรีเล่นได้ยาก จึงถูกปรับลดจังหวะลงมาและนำมาผสมผสานกันจนเกิดเป็นจังหวะควิกสเตปขึ้น และเริ่มแพร่หลายประมาณปี ค.ศ.1928 (พ.ศ.2471) เป็นต้นมา

ประเภทลาตินอเมริกัน

– จังหวะแซมบ้า Samba
มีต้นแบบมาจากแถบแอฟริกา แต่ถูกพัฒนาจนเป็นที่นิยมในประเทศบราซิล ซึ่งจังหวะแซมบ้าได้ถูกยอมรับให้เป็นจังหวะที่สามารถเข้าแข่งขันในมหกรรมการแสดงระดับโลกที่นิวยอร์คได้ เมื่อปี ค.ศ.1939 (พ.ศ. 2482) และอีกสิบปีต่อมาจังหวะแซมบ้าก็ถูกยอมรับกันอย่างแพร่หลายในปี ค.ศ.1948 (พ.ศ.2491) – ค.ศ.1949 (พ.ศ. 2492)

– จังหวะรุมบ้า Rumba
ถูกนำเข้าไปยังประเทศอเมริกาโดยทาสชาวแอฟริกัน และถูกพัฒนาต่อจนกระทั่งมีตำราการเต้นรำเกิดขึ้น ซึ่งตำราเล่มนั้นเป็นที่แพร่หลายทำให้จังหวะรุมบ้าได้รับการยอมรับในที่สุด

– จังหวะแมมโบ้ Mambo
เป็นจังหวะที่ตั้งขึ้นจากชื่อของหมอผีในประเทศเฮติ เป็นการผสมผสานการเต้นในแบบ แอฟริกัน-คิวบัน และนิยมเต้นกันในคิวบา โดยเริ่มแพร่หลายเมื่อ เปเรซ ปราโด Perez Prado นักดนตรีชาวคิวบา นำเอาจังหวะนี้มาเล่นในประเทศเม็กซิโก และได้รับการบันทึกเป็นแผ่นเสียง ในปี ค.ศ.1951 (พ.ศ. 2494) จนถูกเรียกว่าเป็น ราชาแห่งแมมโบ้ Mambo King

– จังหวะ ชะ ชะ ช่า Cha Cha Cha
ถูกพัฒนามาจากจังหวะแมมโบ้ Mambo ซึ่งตั้งขึ้นจากการเลียนเสียงรองเท้ากระทบพื้นขณะเต้นรำ โดยถูกพบเห็นครั้งแรกที่ประเทศอเมริกา และแพร่หลายไปยังแถบยุโรป จากนั้นก็ได้รับความนิยมอย่างจริงจังในช่วงปี ค.ศ.1956 (พ.ศ. 2499) ก่อนที่จะถูกตัดทอนชื่อลงเป็น ชาช่า Cha Cha แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังคงเคยชินกับ ชะ ชะ ช่า มากกว่า

– จังหวะไจว์ฟ Jive
กำเนิดขึ้นในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ราวปี ค.ศ.1940 (พ.ศ.2483) เป็นจังหวะเต้นรำในแบบที่เน้นจังหวะจะโคน และการสวิง โดยถูกดัดแปลงมาจากดนตรีในหลายจังหวะ ทั้ง ร็อกแอนด์โรล แอฟริกัน และ อเมริกันสวิง เป็นต้น ซึ่งในการเต้นนั้นจะเน้นการดีด สะบัด และเตะปลายเท้า ซึ่งต้องใช้ความสนุกสนานในการเต้นและใช้พลังสูง

– จังหวะปาโซโดเบล Pasodoble
เป็นดนตรีที่มีจังหวะ 2/4 คล้ายเพลงมาร์ชของสเปน ใช้ในช่วงพิธีกรรมที่นักสู้วัวกระทิงกำลังเดินลงสู่สนาม และขณะกำลังจะฆ่ากระทิง ก่อนจะพัฒนามาเป็นจังหวะเต้นรำ โดยฝ่ายชายจะเปรียบเสมือนนักสู้วัวกระทิงที่จะบังคับร่างของคู่เต้น ซึ่งเป็นเสมือนผ้าสีแดง ให้แกว่งไปมาในลักษณะเดียวกับกำลังสะบัดผ้า เพื่อยั่ววัวกระทิง และจะเต้นโดยการย้ำส้นเท้านำเป็นจังหวะอย่างเร็ว ไม่ค่อยใช้สะโพกเคลื่อนไหวเท่าไหร่นัก

 

แหล่งที่มา   hilight.kapook

‘ กีฬาฟันดาบ ‘ กีฬาสากลของโลก

ฟันดาบ

ฟันดาบ คือ ศิลปในการเข้าทำและตั้งรับด้วยดาบหรืออาวุธที่มีลักษณะคล้ายๆกัน

 

ฟันดาบ สากลสมัยใหม่เป็นกีฬาที่ใช้แข่งขันที่ให้ความสนุกสนาน กฎและเทคนิคต่าง ๆมีรากฐานที่พัฒนามาจากการใช้ดาบในสมัยโบราณที่ฝึกฝนเพื่อประสิทธิภาพในการรบ

งานวิชาการ – ประวัติศาสตร์
Written by พ.อ.จักราวุธ โสมภีร์
Tuesday, 18 August 2009 23:35
ศิลปในการเข้าทำและตั้งรับด้วยดาบหรืออาวุธที่มีลักษณะคล้ายๆกัน กีฬาฟันดาบสากลสมัยใหม่เป็นกีฬาที่ใช้แข่งขันที่ให้ความสนุกสนาน กฎและเทคนิคต่าง ๆมีรากฐานที่พัฒนามาจากการใช้ดาบในสมัยโบราณที่ฝึกฝนเพื่อประสิทธิภาพในการรบ

ประวัติ

ในสมัยยุคกลางศตวรรษที่ 5 ถึง 15 ดาบถูกใช้เป็นอาวุธในเชิงรุกใช้สำหรับทำลายเกราะและเสื้อเกราะ ต่อมาใช้สำหรับการรบในระยะประชิดตัว หลังจากพ้นวิถีอาวุธปืน พัฒนาการของดาบนั้นดำเนินการโดยต่อเนื่องมีใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งเอเชียและยุโรป เมื่อเกราะขนาดใหญ่เริ่มที่จะล้าสมัย ดาบจึงถูกใช้เป็นอาวุธสำหรับการตั้งรับและดีพอ ๆกับการใช้เป็นอาวุธในเชิงรุก ในศตวรรษที่ 16 ดาบชนิดเรียวตรงเริ่มเป็นที่รู้จักกันในอิตาลี ศิลปะการใช้ดาบเริ่ม

แพร่หลายอย่างรวดเร็ว อีกนัยหนึ่งดาบสั้นสองคมและโกร่งดาบได้ถูกพัฒนาให้มีส่วนหนาและบางเพื่อเป็นตัวแทนสัญลักษณ์ของเกราะ และได้ถูกนำเข้ามาเป็นเครื่องมือพิสูจน์ความกล้าและเก่งดังเช่นอัศวินผู้กล้าในสมัยโบราณ โดยไม่ประสงค์ที่จะให้คู่ต่อสู้ถึงแก่ชีวิตในสนามประลอง ในทางปฏิบัติทั่ว ๆไปแขนที่ไม่มีดาบคือแขนซ้ายจะปล่อยเป็นอิสระ และพยายามทำแขนที่ถือดาบเป็นตัวปิดบ้องเป้าหมายให้เหลือน้อยที่สุดการใช้ดาบชนิดเรียวตรงและ

เทคนิคดาบของอิตาลีได้แพร่หลายไปทั่วยุโรป เฉพาะในฝรั่งเศสและอิตาลีขนาดและรูปร่างของดาบชนิดเรียวตรงได้รับการปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอ มีผลทำให้ความยาวและน้ำหนักถูกปรับแต่งจนจับถือได้สะดวกขึ้น ในศตวรรษที่ 18 ดาบขนาดเล็กหรือดาบเอเป้ ได้ถูกสร้างขึ้นและแพร่หลายในฝรั่งเศส อาวุธชนิดใหม่นี้เป็นผลการรวมของลักษณะเด่นของ ดาบอิตาลีและฝรั่งเศส อิตาลีใช้ดาบชนิดเรียวตรงในการแสดงความกล้าหาญ การใช้เสียง ท่าทางที่ดู

เข้มแข็ง ฝรั่งเศสใช้ดาบเอเป้ในลักษณะที่เป็นทางการมากๆ การควบคุมการเคลื่อนไหวอย่างดี รูปแบบดาบของฝรั่งเศสเริ่มที่จะมีชื่อเสียงมากขึ้น กฎที่เป็นทางการส่วนใหญ่ที่ใช้ในการแช่งขันยุคสมัยใหม่ และคำศัพท์ในรูปแบบต่าง ๆ ของดาบสากลส่วนใหญ่จะใช้ภาษาฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 19 การต่อสู้โดยทั่วไปเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย และโรงเรียนสอนฟันดาบ เริ่มเปลี่ยนมาเป็นการสอนฟันดาบเพื่อการกีฬา อุปกรณ์ส่วนใหญ่ยังคงใช้และถูกพัฒนาในตอน

นี้ด้วย รวมทั้งถุงมือที่สวมในข้างที่ถือดาบ ปลาสตอง เกราะอก และหน้ากากที่ถักด้วยเส้นตาข่ายเหล็ก En garde (อังการ์ด) เป็นคำบอก เตรียมพร้อม สำหรับนักกีฬาฟันดาบสากลโอลิมปิค เป็นคำที่ใช้สืบทอดเพื่อสร้างความตื่นตัวสำหรับนักฟันดาบสมัยกลางที่ต่อเนื่องเป็นประเพณีจนถึงยุคปัจจุบัน ในความเป็นจริงแล้ว การรับและการตอบดาบ ของ Errol Flynn ในเรื่อง Captain Blood bear Little นั้นคล้ายคลึงกับการแข่งขันดาบสากลในโอลิมปิค

ซึ่งนักกีฬาจะเล่นไปตามแผ่นพื้นที่กำหนด สนามประลองดาบ ต่อสายไฟไปยัง เครื่องให้คะแนน และสวมเสื้อผ้าป้องกันอันตราย ดาบสากลเคยถูกเปรียบเปรยว่า หมากรุกที่ประกอบด้วยกล้ามเนื้อ เพราะว่ามีทั้ง ยุทธศาสตร์ และการกีฬา กีฬาฟันดาบสากลโอลิมปิคจะใช้หนึ่งในอาวุธสามชนิดในการประลอง ได้แก่ ดาบฟอยล์เป็นดาบ ที่ยืดหยุ่นและเบา เป็นดาบที่เริ่มต้นสำหรับการฝึกฝนก่อนไปรบ การแทงจะใช้เพียงแค่ปลายดาบสัมผัสบริเวณลำตัว ดาบเอเป้เป็นดาบที่วิวัฒนาการมาจากดาบที่ใช้ในการรบ การแทงต้องใช้ที่ปลายดาบเช่นเดียวกับดาบฟอยล์ แต่สามารถทำแต้มได้ทั่วร่างกาย ดาบเซเบอร์เป็นดาบที่พัฒนามาจากดาบทหารม้า เป้าหมายคือครึ่งตัวด้านบนของลำตัว

 

แหล่งที่มา  thaifencing