จุดกำเนิด ของหมากรุกไทย ประวัติและความเป็นมา

หมากรุกไทย เป็นเกมกระดานที่พัฒนามาจากหมากรุกของอินเดียที่ชื่อเกมว่าจตุรงค์ มีลักษณะของการเล่นเกมใกล้เคียงกับการเล่นหมากรุกสากล นอกจากนี้ในประเทศกัมพูชามีเกมหมากรุก
ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับหมากรุกไทยนิยมเล่นกันอย่างแพร่หลาย

หมากรุกไทย มีประวัติที่ริเริ่มมาจากประเทศอินเดีย โดยมาจากตำนานของรามเกียรติ์ ตามตำนานที่กล่าวว่า ฝ่ายทศกัณฐ์นั้น เมื่อมีศึกเข้าประชิด นางมณโฑ มเหสีของทศกัณฐ์
เห็นทศกัณฐ์เครียดกับการศึกจึงคิดหาเกมให้สวามีได้ผ่อนคลาย โดยคิดเป็นเกมหมากรุกขึ้น โดยแต่เดิมใช้คนเล่น 4 คน เรียกว่า จตุรังกา แต่ในภายหลังได้รับการปรับปรุงจนสามารถใช้ผู้เล่นเพียง 2 คนได้

แชมป์หมากรุกโลก วลาดีมีร์ ครัมนิค ระบุว่าหมากรุกไทย เป็นเกมที่ต้องใช้กลยุทธ์มากกว่าหมากรุกสากล ที่ต้องมีการวางแผนอย่างระมัดระวังในช่วงท้ายเกม

ตัวหมากรุก
-ขุน เป็นตัวหมากรุกที่สำคัญที่สุด มีการเดินและกินไปในทิศทางรอบตัวได้ แต่ไม่สามารถเดินเข้าไปในตากินของฝ่ายตรงข้ามได้
-เม็ด มีการเดินและกินไปในแนวทแยงทั้ง 4 ด้าน
-โคน มีการเดินและกินไปในแนวทแยงทั้ง 4 ด้านและเดินไปทางข้างหน้า
-ม้า เดินเหมือนม้าของหมากรุกสากล เดินและกินในแนวทแยงไขว้แบบ 2×3 (ลักษณะตัว L) 8 ทิศทาง สามารถข้ามหมากตัวอื่นได้
-เรือ มีการเดินและกินไปในแนวตั้ง-แนวนอน ระยะยาว ไม่สามารถข้ามหมากตัวอื่นได้เหมือนเรือของหมากรุกชาติอื่น
-เบี้ย มีการเดินไปทางข้างหน้าและกินในแนวทแยงด้านหน้า เมื่อเบี้ยไปถึงแนววางเบี้ยของฝ่ายตรงข้ามจะกลายเป็นเบี้ยหงาย และมีการเดินและกินเช่นเดียวกับเม็ดทุกประการ

กติกาการเล่น
-ผู้เล่นแต่ละคนผลัดกันเดินหมากของฝ่ายตนเองครั้งละ 1 ตัว
-ถ้าเดินหมากของฝ่ายตัวเองไปในตำแหน่งที่หมากของฝ่ายตรงข้ามตั้งอยู่ หมากของฝ่ายตรงข้ามจะโดนกินและเอาออกนอกกระดาน ยกเว้นขุนจะโดนกินไม่ได้
-ถ้าเดินหมากไปในตำแหน่งที่ตาต่อไปกินขุนของฝ่ายตรงข้ามได้ จะต้องพูดว่า”รุก” โดยตาต่อไปฝ่ายตรงข้ามต้องป้องกันหรือเดินหนีไม่ให้ขุนอยู่ในตำแหน่งที่จะโดนกิน
-ถ้าขุนโดนรุกอยู่และเดินหนีหรือป้องกันการรุกไม่ได้ จะถือว่ารุกจนและเป็นฝ่ายแพ้
-ถ้าขุนไม่โดนรุก แต่ในตาต่อไปเดินหมากตัวไหนไม่ได้เลย จะเรียกว่าอับ และจะเสมอกัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

*